หน้าแรก การเมือง ทภ.2ปัดยิงแค่...

ทภ.2ปัดยิงแค่จุดประทัดห้าม’เขมร’ใกล้แนวลวดหนาม กัมพูชา ไม่ส่ง 635 คนไทย อ้างไม่มีรถส่ง-ขอเลี้ยงข้าว

1.05.26 | 06:45 น.

ทภ.2ปัดยิงแค่จุดประทัดห้าม’เขมร’ใกล้แนวลวดหนาม กัมพูชา ไม่ส่ง 635 คนไทย อ้างไม่มีรถส่ง-ขอเลี้ยงข้าว

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงข้อเท็จจริงเหตุการณ์บริเวณพื้นที่ ช่องจอม (โอร์สเม็ด) ระบุว่า หลังได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารีว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน เวลาประมาณ 10.30 น. ฝ่ายกัมพูชาได้นำคณะ ผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชา เข้ามาใกล้พื้นที่อาคารที่มีการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย (ตึกสแกมเมอร์) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวลวดหนามที่ฝ่ายไทยจัดวางไว้เพื่อกำหนดขอบเขตความปลอดภัย ซึ่งฝ่ายทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำพื้นที่ได้ดำเนินการแจ้งเตือนตามขั้นตอนมาตรฐาน โดยให้ถอยห่างออกจากแนวลวดหนาม เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งและลดความเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ แต่ฝ่ายกัมพูชายังเข้าใกล้แนวพื้นที่ดังกล่าว และแสดงออกในลักษณะยั่วยุ เช่น การถ่ายภาพบริเวณหน้าแนวลวดหนาม

จากสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อทราบว่ามีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนร่วมอยู่ด้วย ฝ่ายทหารไทยจึงใช้มาตรการควบคุมสถานการณ์ในระดับต่ำ โดยการจุดประทัดเสียง 3 นัด ภายในบริเวณอาคารด้านใน เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนให้หยุดการเคลื่อนที่และถอยออกจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นไปตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) อย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดการเคลื่อนที่ และนำคณะผู้สังเกตการณ์ถอยออกจากแนวลวดหนามโดยสงบ

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธปืนหรือกำลังร้ายแรงใดๆ ในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ และคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมยั่วยุในลักษณะต่างๆ ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เช่น ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าใกล้แนวลวดหนามพร้อมเร่งเครื่องส่งเสียงดัง รวมถึงการแสดงท่าทีเสมือนใช้อาวุธหนัก เพื่อหวังให้เกิดความหวาดกลัว หรือยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้ อย่างไรก็ตาม ทหารไทยยังคงยึดมั่นในระเบียบวินัย อดทนอดกลั้น และปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ด้านพล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ดังกล่าว โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาได้ออกมาแถลงกล่าวอ้างว่า ทหารไทยใช้อาวุธยิงเข้ามาในพื้นที่บริเวณด่านโอร์เสม็ด รวม 5 ครั้ง โดยระบุว่าใช้อาวุธทั้งปืนไรเฟิล เครื่องยิงลูกระเบิด M79 และปืนเล็กยาว M16 ในช่วงเวลาประมาณ 10.35 – 11.09 น. ระหว่างผู้ช่วยทูตทหารลงพื้นที่สังเกตการณ์ ทั้งนี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ยังไม่มีการใช้อาวุธหรือเปิดฉากยิงตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด สถานการณ์ในภาพรวมยังคงอยู่ในความควบคุมของหน่วยงานด้านความมั่นคง

พล.ต.วรเวช วนมงคล ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหารบก กล่าวถึง การรับตัวคนไทยที่ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมบนตึก F 13 ชั้น ฝั่งปอยเปต กว่า 635 คน ว่า สำหรับการส่งกลับคนไทย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement โดยใช้กลไกทางการทูตทางทหาร

Advertisement

พล.ต.ต. ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า เบื้องต้นใน 600 กว่าคน มีประวัติก่ออาชญากรรม 1 คน และมี 6 คน ที่มีประวัติถูกแจ้งความออนไลน์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้ง 600 กว่าคน ได้ตัวมาจากตึกเดียวกัน ซึ่งตึกนั้นทำเรื่องกาสิโน หรือ สแกมเมอร์ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง แต่หากเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ น่าจะเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า ก่อนหน้านี้หน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินว่า มีคนไทยติดค้างอยู่ที่ 8,000 – 9,000 คน ซึ่งยอมรับว่าเป็นกลุ่มเดียวกับ 600 กว่าคน ที่เดินทางมาในวันนี้ ขณะนั้นตัวเลข 8,000-9,000 คน เป็นลอตแรกที่กลับไม่ได้ แต่วันนี้มีเพียง 600 กว่าคน ที่สามารถเดินทางกลับมาได้ เชื่อว่าตัวเลขที่ยังติดค้างอยู่ก็ใกล้เคียง 10,000 คน

วันเดียวกัน ที่จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากฝ่าย ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา ไม่ยอมเปิดประตูพรมแดน ให้คนไทยกว่า 600 คน ที่ตกค้างอยู่ในปอยเปตเดินทางกลับออกมาตามที่มีการเจรจาตกลงกันก่อนหน้านี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตม.ฝ่ายไทย พร้อมเปิดประตูรับคนไทยทั้งหมด ทำให้คนไทยทั้งหมดแออัดอยู่ภายในบริเวณ ตม.ของเมืองปอยเปต ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ

ต่อมาฝ่ายความมั่นคงของไทยตัดสินใจส่งตัวแทนไปเจรจากับฝ่ายเขมร เพื่อเร่งรัดให้เปิดประตูพรมแดนตามที่ตกลงกันไว้ แต่ไม่มีการสนองตอบใดๆ ถึงเวลา 16.00 น.ยังไม่มีความคืบหน้าของการเจรจาแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่กัมพูชาอ้างขอเลี้ยงอาหารคนไทยก่อนเพื่อมนุษยธรรม อีกทั้งเนื่องจากรถโดยสารมีจำนวนจำกัด ใช้นำผู้ต้องหาชาวจีนไปส่งที่เมืองเสียมราฐก่อน ทำให้เกิดการล่าช้า