หน้าแรก การเมือง ยศชนัน ติดตาม...

ยศชนัน ติดตาม 8 ข้อเรียกร้อง เผย อาจไม่ครบทันที แต่แรงงานไทยต้องมีชีวิตที่ดีใน 4 ปี

1.05.26 | 13:14 น.

‘ยศชนัน’ ตั้งคกก.ติดตาม 8 ข้อเรียกร้องวันแรงงาน เผยอาจไม่ครบทันที แต่จะทำให้ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่บริเวณลานคนเมือง กระทรวงแรงงานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.30 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีทุกกรม เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานร่วมพิธีสงฆ์ ที่กระทรวงแรงงาน จากนั้นเคลื่อนขบวนจากกระทรวงแรงงานมายังถนนราชดำเนินนอก ร่วมขบวนรณรงค์ในวันแรงงาน เดินเท้าตั้งแต่แยก จปร. ถนนราชดำเนิน เพื่อมุ่งหน้าสู่ลานคนเมือง

เมื่อเวลา 11.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธีเปิดวันแรงงานแห่งชาติ พร้อมรับข้อเรียกร้องจากคณะกรรมการจัดงาน

นายยศชนัน กล่าวภายหลังรับข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ว่าขอขอบคุณคณะกรรมการจัดงานที่นำเสนอข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้ออย่างครบถ้วน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามข้อเสนอโดยทันที ทั้งนี้ การดูแลแรงงานไม่ควรเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง แต่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยข้อเรียกร้องที่ได้รับถือเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล และจะนำไปหารือร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งนายจ้างและลูกจ้างในทุกพื้นที่ เพื่อสร้างฉันทามติในการแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างยั่งยืน

“วันนี้สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการตอบให้ได้ว่า 8 ข้อเรียกร้องนี้ รัฐบาลพร้อมดูแลพี่น้องแรงงานหรือไม่ ซึ่งเรายืนยันว่าจะรับไปพิจารณาอย่างรอบด้าน แม้อาจยังทำไม่ได้ครบทุกข้อทันที แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด” นายยศชนัน กล่าว

Advertisement

 

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแรงงานไทยเผชิญความท้าทายจากหลายด้าน ทั้งสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ทั้งนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินนโยบายทั้งเชิงรับและเชิงรุก ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill/Upskill) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแรงงานในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ อาทิ กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป ที่ต้องปรับตัวสู่เทคโนโลยีใหม่

นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมจัดทำ “ฐานข้อมูลทักษะแห่งชาติ” เพื่อเชื่อมโยงทักษะแรงงานกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม หากทักษะไม่ตรงความต้องการ จะมีระบบสนับสนุนการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำและรายได้ที่สูงขึ้น

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากแรงงานคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมย้ำว่า วันแรงงานสากลมีความสำคัญใน 3 มิติ ได้แก่ 1.การยกย่องคุณค่าของแรงงานในฐานะฟันเฟืองสำคัญของประเทศ 2.การรับฟังและผลักดันข้อเรียกร้องด้านสิทธิและสวัสดิการ 3.การสร้างความร่วมมือระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน

“เรื่องแรงงานไม่ใช่เรื่องของกระทรวงแรงงานเพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ทั้งประเทศ ที่ทุกกระทรวงต้องร่วมกันขับเคลื่อน รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องแรงงานทุกคน” นายยศชนัน กล่าว

ขณะที่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมย้ำว่า วันแรงงานไม่ใช่เพียงวันหยุด แต่เป็นวาระแห่งการยกย่องคุณค่า และศักดิ์ศรีของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันแรงงานไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์โลก ค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบการทำงาน กระทรวงแรงงานจึงต้องเร่งปรับตัว เพื่อยกระดับทักษะและคุณภาพชีวิตแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ และแรงงานแพลตฟอร์ม

 

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนด “5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน” เพื่อยกระดับแรงงานไทย ได้แก่ 1.ปฏิรูประบบประกันสังคมยุคใหม่ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ พร้อมศึกษาแนวทางคำนวณบำนาญชราภาพ (สูตร CARE) ให้สอดคล้องค่าจ้างตลอดช่วงชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว 2.พัฒนาทักษะแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” สร้างสมดุลตลาดแรงงาน และผลักดันการใช้ AI เพิ่มศักยภาพแรงงานไทย 3.คุ้มครองสิทธิเชิงรุก ส่งเสริม Reskill และ Upskill ลดการเลิกจ้าง และยกระดับความปลอดภัยในการทำงาน 4.บริหารโครงสร้างตลาดแรงงาน ขยายโอกาสแรงงานไทยไปต่างประเทศ พร้อมจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ และ 5.ยกระดับแรงงานกึ่งอิสระและแพลตฟอร์ม พัฒนาระบบประกันสังคมที่ยืดหยุ่น ให้เข้าถึงสวัสดิการอย่างทั่วถึง

“เป้าหมายคือการพาแรงงานไทยก้าวสู่เศรษฐกิจงานดี มีงานคุณภาพ รายได้มั่นคง และคุณภาพชีวิตที่สมศักดิ์ศรีภายใน 4 ปี” นายจุลพันธ์ กล่าว

โดย นายทศพร คูณศรี ประธานสภาลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 กล่าวเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลว่า ข้อเสนอทั้ง 8 ข้อที่แรงงานยื่นในปีนี้ เป็นข้อเรียกร้องที่ยื่นซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่บรรลุผล จึงต้องย้ำอีกครั้งเพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบทั่วประเทศ สำหรับข้อเรียกร้อง 8 ข้อ ประกอบด้วย

1.ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยเสรีภาพในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยสู่สากล และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง
2.จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงลูกจ้าง รองรับกรณีถูกเลิกจ้างกะทันหัน ปิดกิจการ หรือไม่ได้รับค่าชดเชย เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน
3.ให้รัฐบาลยกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้จากเงินก้อนสุดท้ายที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้างเมื่อพ้นสภาพ การเป็นลูกจ้างในทุกกรณี ทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท
4.ให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 40 เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทางสังคมอย่างเป็นธรรม
5.ปรับปรุงสิทธิประกันสังคม ได้แก่ เพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 15,000 เป็น 30,000 บาท, ผู้รับบำนาญยังคงสิทธิรักษาพยาบาล คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และ เสียชีวิต, ขยายสิทธิการรักษาโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ให้ครอบคลุมยาตามแพทย์สั่ง, ขยายอายุผู้ประกันตน 15–75 ปี
6.บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานกับการจ้างเหมาค่าแรง ให้เป็นไปตามมาตรา 11 วรรค 1 อย่างเคร่งครัด
7.แก้ไขกฎกระทรวง 3 ฉบับ เพื่อให้ลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าล่วงเวลา (OT) เท่าเทียมลูกจ้างรายวัน
8.ตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องภายใน 30 วัน และจัดประชุมติดตามผลทุก 2 เดือน

“หากไม่มีระบบติดตาม ข้อเรียกร้องจะเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์ ที่ต้องยื่นซ้ำทุกปีโดยไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ” นายทศพร กล่าว

จากนั้น เวลา 12.00 น. นายยศชนันท์ และ นายจุลพันธ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้พบปะผู้ใช้แรงงาน รวมถึงเยี่ยมชมนิทรรศการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน