หน้าแรก การเมือง สรรเพชญ มอบนโ...

สรรเพชญ มอบนโยบายกรมเจ้าท่า ดัน 6 มิติ ยกระดับคมนาคมทางน้ำไทย

1.05.26 | 15:33 น.

สรรเพชญ มอบนโยบายกรมเจ้าท่า ดัน 6 มิติ ยกระดับคมนาคมทางน้ำไทย สู่ความปลอดภัย ทันสมัย ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่กรมเจ้าท่า นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมเจ้าท่า เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศด้านคมนาคมทางน้ำให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม โดยมีนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน ที่กรมเจ้าท่า

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพัฒนาระบบคมนาคมทางน้ำถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการขนส่งและพาณิชยนาวี ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงได้มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการใน 6 ด้านสำคัญ ดังนี้ 1.ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศผ่านการพัฒนาการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี โดยให้เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำสมุทรสาคร (ท่าจีน) บ้านดอน ปัตตานี สงขลา และบางปะกง รวมถึงการศึกษาการพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ และการนำระบบแพลตฟอร์ม MSW เชื่อมโยงกับ NSW เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการนำเข้า–ส่งออกของประเทศ

2.การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเร่งพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่ศักยภาพทั้งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเรือสำราญและเรือยอชต์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและอ่าวพังงา รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือท่องเที่ยวผ่านระบบ Port Control อย่างเป็นระบบ

Advertisement

3.ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ใช้บริการการขนส่งทางน้ำ โดยพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามเรือ (Vessel Traffic Control) ระบบ AI และการบริหารจัดการท่าเรือ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลค่าโดยสารให้เป็นธรรม

4.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องจากอุทกภัย การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการกัดเซาะชายฝั่ง โดยให้ดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งนำกลไกขุดลอกต่างตอบแทนมาใช้แก้ไขปัญหาเร่งด่วน และตั้งเป้าฟื้นฟูชายฝั่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2575

5.ส่งเสริมให้ระบบการขนส่งทางน้ำเป็นระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อย PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ตามเป้าหมายสากล สนับสนุนการใช้เรือพลังงานสะอาด และพัฒนาท่าเรือสีเขียว (Green Port) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

และ6.พิทักษ์ผลประโยชน์ทางพาณิชยนาวีของชาติไทย โดยให้เน้นย้ำการยกระดับมาตรฐาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ควบคู่กับการดำเนินการเพิ่มเติมใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. ส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านพาณิชยนาวีให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ โดยต้องได้มาตรฐานสากลตามที่ IMO กำหนด และมีเป้าหมายสามารถป้อนตลาดแรงงานโลกที่อยู่ในภาวะขาดแคลน 2.สร้างกรอบความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีด้านพาณิชยนาวี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก และ3.พัฒนาร่องน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว ให้มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของสมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยเครื่องช่วยการเดินเรือและประภาคาร (IALA)

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน ได้กำหนดแนวทาง “Quick Win” เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ดังนี้ 1.เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จและเปิดใช้งานโดยเร็ว ครอบคลุมโครงการพัฒนาท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่าเรือเกาะสุกร จังหวัดตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง รวมถึงโครงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่องน้ำสงขลา ร่องน้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ร่องน้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่องน้ำตำมะลัง จังหวัดสตูล และร่องน้ำเชียงแสง จังหวัดเชียงราย 2. ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเสริมทรายชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ การศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม สำหรับการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำในทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง รวมถึงการพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม MSW (Maritime Single Window) เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการนำเข้า–ส่งออกสินค้า และ3. เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว

“ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของกรมเจ้าท่า โดยได้กำชับให้คณะผู้บริหาร และบุคลากรทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น โปร่งใส และยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย และทำให้ระบบคมนาคมทางน้ำของไทยมีความปลอดภัย ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป”รมช.คมนาคม กล่าว