หน้าแรก การเมือง เรียงคนมาเป็น...

เรียงคนมาเป็นข่าวสเปเชียล

2.05.26 | 13:06 น.
เรียงคนมาเป็นข่าวสเปเชียล สภา กทม.เสร็จสิ้นภารกิจ

สภา กทม.เสร็จสิ้นภารกิจ

วันที่ 29 เมษายน มีการประชุมครั้งสุดท้าย

สรุปผลงาน 4 ปี สภา กทม.ผ่านข้อบัญญัติ 37 ฉบับ 173 ญัตติ 138 กระทู้

วันประชุมครั้งสุดท้าย ยังคงใช้ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

มี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม

Advertisement

เริ่มวาระด้วยการแจ้งที่ประชุมถึงผลงานของสภากรุงเทพมหานครในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบวาระ

หลังจากนี้บรรยากาศการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. และ ส.ก.จะเริ่มขึ้น 

กำหนดการการรับสมัครผู้ว่าฯกทม. และ ส.ก. เริ่มวันที่ 28 พฤษภาคมถึงวันที่ 1 มิถุนายน

เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ ส.ก. วันที่ 28 มิถุนายน

ดังนั้น ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ คงได้ทราบกันแล้วล่ะว่า ใครจะสมัครผู้ว่าฯกทม. และใครจะสมัคร ส.ก.

พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน หลังที่ประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกดำรงตำแหน่งประธานสภาคนใหม่ วาระปี2569-2571 งานประชุมจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นอกจากจะเป็นประธาน ส.อ.ท.คนที่ 17 ยังเป็นประธานหญิงคนแรกขององค์กรด้วย

“พิมพ์ใจ” กางนโยบายในการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I เพื่อติดปีกอุตสาหกรรมไทยให้ข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง

ประกอบด้วย

I ตัวที่ 1: Inteligent Industry: มุ่งเน้นการใช้ AI และ Automation เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพสู่การเป็น Smart Factory & Smart OEM พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา รวมทั้งร่วมกับภาครัฐและสถาบันการเงินต่างๆ จัดตั้งกองทุน Al & Automation Transition Loan เพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการในการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี

I ตัวที่ 2: Innovation & Creativity Industry: พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยจากรับจ้างผลิต (OEM) สู่การสร้างแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา (Brand & IP) โดยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนดโจทย์งานวิจัยให้ตอบสนองความต้องการภาคอุตสาหกรรมและบูรณาการหน่วยงานวิจัยต่างๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมแบบ Agenda Base

I ตัวที่ 3: International Alliance & Network: ใช้ความเป็นกลางของไทยทั้งด้านภูมิศาสตร์และรัฐศาสตร์สร้างโอกาสให้ไทยเป็น Global Supply Chain HUB เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์สร้างไทยให้เป็นศูนย์กลางผลิตและกระจายสินค้า

I ตัวที่ 4: Industrial Infrastructure Reform: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านพลังงานสนับสนุน Direct PPA เพื่อพลังงานต้นทุนต่ำ ด้านกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและอำนวยความสะดวกการทำธุรกิจ ด้านกฎระเบียบและปกป้องการค้าของไทย พร้อมมาตรการเชิงรุกผลักดัน MiT Plus เพิ่มสัดส่วนการใช้สินค้าที่ผลิตในไทย รวมทั้งด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อดึงดูด Global Talents มาทำงานร่วมเสริมสร้างทักษะคนไทย นอกจากนี้ ต้องเตรียมการ Upskill & Reskill บุคลากรเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ AI & Robotic Automation

I ตัวที่ 5: Inclusive Sustainability: ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Transition) และพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ครบวงจร ตั้งแต่การเร่งรัดกฎหมาย จัดตั้งกองทุนเพื่อให้ผู้ผลิตมีหน้าที่รับผิดชอบบรรจุภัณฑ์หลังการใช้

พร้อมย้ำว่า ส.อ.ท.จะประสานงานกับรัฐบาลในการสนับสนุนสินค้าไทย เมดอินไทยแลนด์ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และก้าวข้ามวิกฤตพลังงานที่เผชิญอยู่

ผู้แทนสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย (Confederation of Thai Journalists-CTJ) ประกอบด้วย ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาพันธ์ น.รินี เรืองหนู รองประธานสมาพันธ์ และ อนุชา เจริญโพธิ์ รองเลขาธิการสมาพันธ์ เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน (Confederation of Asean Journalists-CAJ) ครั้งที่ 21 ณ โรงแรม Concorde กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-30 เมษายน 2569

งานนี้ ลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และ Chiew Choon Man รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมมาเลเซีย ให้เกียรติเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำตามคำเชิญของ Low Boon Tat ประธาน National Union of Journalists Malaysia (NUJM) ในฐานะประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน คนใหม่ด้วย

สำหรับวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือ สมาคมนักข่าวอินโดนีเซียได้ส่งมอบตำแหน่งประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียนให้กับสหภาพสื่อมวลชนแห่งชาติมาเลเซีย ซึ่งจะมีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 2 ปี เพื่อดำเนินการกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความท้าทายจากโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ผู้แทนสมาพันธ์จาก 7 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา เห็นพ้องต้องกันในการออกแถลงการณ์กัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เพื่อย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของงานสื่อสารมวลชนในภูมิภาคด้วย

ทั้งนี้ มีผู้แทนจากเมียนมา เกาหลีใต้ และจีน ร่วมสังเกตการณ์ด้วย