หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการ มีข้อเสนอหรือมองอย่างไร และจะได้ประสิทธิผลแค่ไหน กรณีพรรคประชาชนตั้ง ครม.เงาขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทุกสัปดาห์

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
การที่พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลเงาเพื่อตรวจสอบการทำงานของฝ่ายรัฐบาลแบบคู่ขนานในกระทรวงสำคัญๆ มองว่าเป็นเรื่องที่ดีและเห็นด้วย สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะฝ่ายค้านจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้ว หากมีการตั้ง ครม.เงา ซึ่งต่างประเทศเขาทำกันมานานแล้ว จะแสดงให้เห็นบทบาทของฝ่ายค้านที่จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยการติดตาม ตรวจสอบ กำกับ พร้อมทั้งเสนอทางเลือกคู่ขนานกันไปกับรัฐบาล
เป็นการยกระดับการตรวจสอบ โดยจับประเด็นไปที่กระทรวงสำคัญ พร้อมทั้งเสนอว่าฝ่ายค้านจะทำแบบไหน ที่ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด มีทางเลือกแบบไหนบ้าง เพื่อให้ประชาชนเห็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ประการต่อมาจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า หากในอนาคตฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล จะทำให้ประชาชนมองว่าจะแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร ฝึกทั้งตรวจสอบ ฝึกการวางแผนการทำงาน หากฝ่ายค้านทำงานแบบนี้จริงๆ ประชาชนจะได้ประโยชน์มากขึ้น
จะเป็นการติดตามกำกับโดยฝ่ายค้านอีกทางหนึ่ง ตามรายกระทรวง มากกว่าการติดตามตรวจการทำงานของรัฐบาลในระบบนิติบัญญัติ
หาก ครม.เงาจัดการตรวจสอบแยกออกเป็น 4 ด้านคือ ด้านความมั่นคงใหม่ อาทิ ความปลอดภัยรูปแบบใหม่ ไซเบอร์ และการปฏิรูปกองทัพ คิดว่าความต้องการของพรรคประชาชนต้องการความมั่นคงรูปแบบใหม่ เป็นคอนเซ็ปต์เดิมของพรรคส้มอยู่แล้ว ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ปัญหาของความมั่นคงจะต้องปฏิรูปกองทัพ ลดกำลังพล ลดการซื้ออาวุธ พยายามทำให้เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันยังไม่ได้คิดการแก้ไขปัญหา แต่ยังให้น้ำหนักไปยังโครงสร้างกองทัพ นำมาสู่ความใหญ่เทอะทะ และไร้ประสิทธิภาพ แต่ชุดความคิดของพรรคส้มนั้นยังไม่ตอบรับกระแสของสังคม เพราะสังคมยังโน้มเอียงไปยังกระแสชาตินิยม ที่ยังพึงพอใจในโครงสร้างปัจจุบัน
ด้านเศรษฐกิจใหม่ เกี่ยวกับการเงิน การคลัง มองว่าสำคัญ พรรคฝ่ายค้านจะต้องทำให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนในเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง มีปัญหาอะไรบ้าง ครม.เงาจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ายังมีทางเลือกที่หลากหลายและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด รัฐบาลประหยัดงบประมาณมากที่สุด เกิดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดูแลประชาชน
จุดสำคัญอยากให้มองในเรื่องการย่อยการสื่อสาร เพราะปัญหาเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง สิ่งที่เป็นปัญหาคือเทคนิคศัพท์ทางวิชาการ ประชาชนฟังแล้วไม่เข้าใจ หากฝ่ายค้านสามารถสื่อสารวิพากษ์วิจารณ์ เสนอแนะใช้ภาษาง่ายๆ จะทำให้ฝ่ายค้านได้รับการยอมรับมากขึ้น และยังเป็นการแสดงศักยภาพหากได้เป็นรัฐบาล จะทำให้ประชาชนมองเห็นการทำงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลังได้ดีอีกด้วย
ด้านคุณภาพชีวิตใหม่ เรื่องนี้ ครม.เงาจะต้องดูทุกโครงการที่แถลงนโยบายเอาไว้ และนำไปสู่การขับเคลื่อนได้มากน้อยแค่ไหน สร้างประโยชน์จริงหรือไม่มีปัญหาคอร์รัปชั่นหรือไม่ ประชาชนได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด และหากมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลจะนำเสนอแบบไหน ที่ดีกว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหานั้นๆ
ส่วนด้านการปฏิรูปรัฐและกฎหมาย ในข้อแถลงนโยบายท้ายๆ คือ การปฏิรูปข้อกฎหมาย และการปฏิรูปราชการ เรื่องนี้อยากให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบเป็นรายสัปดาห์ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมาไม่เห็นว่ารัฐบาลจะมีท่าทีในการแก้ไขปัญหาที่ล้าหลังได้
ฝ่ายค้านจะต้องติดตามกำกับตลอดเวลา พร้อมทั้งเสนอว่าหากเป็นรัฐบาลจะแก้กฎหมายอะไรบ้าง จัดลำดับความสำคัญ เพื่อให้เกิดความชัดเจน กฎหมายใดควรเร่งดำเนินการแก้ไขก่อนและหลัง รวมทั้งการปฏิรูปราชการจะดำเนินการอย่างไร จะยกเลิกส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาค หรือเลือกตั้งผู้ว่าฯ พร้อมทั้งชูความโดดเด่นขายเป็นไอเดียของพรรคประชาชนในระยะยาว
การที่พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลเงาขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจัง ก็คาดหวังในการทำงานเหมือนกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคประชาชนกำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะคนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนมีดีลลับอะไรหรือเปล่ากับพรรคภูมิใจไทย เลยทำให้มองว่ารัฐบาลเงาตั้งขึ้นมาแก้เกี้ยวหรือเปล่า แต่ทุกคนก็อยากเห็นรัฐบาลเงาทำงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนเห็นความชัดเจน
นอกจากนี้หลายคนยังมองว่า ส.ส.พรรคประชาชนยังไม่มีความเชี่ยวชาญพอในแต่ละด้าน ควรที่จะหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือ หรือมีคณะทำงาน โดยเฉพาะ ส.ส.ที่มีประสบการณ์ในขณะนี้ยังมีไม่มากพอ แม้ว่าจะกำหนดติดตามมาเพียง 4 ประเด็น แต่ยังมีกระทรวงอื่นๆ อีกมากมายที่จะต้องติดตามตรวจสอบ พรรคส้มยังมีข้อจำกัดในเรื่องบุคลากร แต่ยอมรับว่ายังมีทีมที่ปรึกษาเยอะมาก ทั้งนักวิชาการ เทคโนแครตหรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ นักคิด นักเขียน ควรใช้บุคคลเหล่านี้มาช่วยกันทำหน้าที่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเงาด้วย
ที่สำคัญอยากให้ ครม.เงามีการฟอร์มทีมเหมือนกับรัฐบาลเลย พร้อมทั้งเปิดตัวนักคิด นักเขียน ปัญญาชน ผู้ประกอบการ เอ็นจีโอ เอามาให้หมดเลย ทำให้เห็นว่าหากพรรคฝ่ายค้านมีโอกาสตั้งรัฐบาลจะทำให้ดีกว่ารัฐบาลอย่างไรบ้าง
ช่วงตอนหาเสียงเห็นว่ามีการเปิดตัวมาแล้ว 4-5 คน ก็เอาบุคคลเหล่านั้นมาฟอร์มทีม ครม.เงา กำกับ ตรวจสอบกระทรวงที่กำหนดไว้ จะทำให้เกิดความชัดเจนในการทำงานของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
หากรัฐบาลเงาทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะมีผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะจะมีข้อมูลในเชิงลึก จะมีประโยชน์ต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาก และยังเป็นการสร้างสรรค์ด้วย เพราะทุกคนได้มีการเก็บข้อมูล ศึกษาเรียนรู้ เห็นจุดอ่อน เห็นช่องว่าง และข้อเสนอแนะที่แหลมคม และยังดีกว่าใช้ข้อมูล AI เสียอีก จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเวลาที่เหมาะสม ควรปล่อยให้รัฐบาลทำงานไปก่อน 6 เดือน เพื่อให้เห็นจุดอ่อนการทำงานของรัฐบาล

เศวต เวียนทอง
อาจารย์สาขารัฐศาสตร์การปกครอง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ล้านนา
การที่พรรคประชาชนตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา แบบกลุ่มคลัสเตอร์เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนั้นเห็นด้วย เพราะพรรคประชาชนมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านสามารถทำได้อยู่แล้วเพื่อตรวจสอบและติดตามการทำงานของรัฐบาลที่จัดออกมาเป็น 4 ด้าน ทั้งความมั่นคงและกิจการต่างประเทศ การปฏิรูปกองทัพและการทูตเชิงรุก ด้านพัฒนาเศรษฐกิจ นโยบายการเงินและการคลัง การกระจายรายได้สู่ประชาชน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษาสาธารณสุข สวัสดิการสังคมและการปฏิรูปกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคการพัฒนาประเทศ
การตั้ง ครม.เงา เชื่อว่าประชาชนได้ประโยชน์จากการติดตามการทำงานของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาทำหน้าที่ แต่ไม่มีผลตามกฎหมายให้คุณให้โทษแต่อย่างใด แต่จะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน โดยเฉพาะการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รวมถึงการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์พวกพ้องและเครือข่ายดังกล่าว ที่สร้างความเดือดร้อนและเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม เป็นการทำงานของฝ่ายค้านที่ฟ้องประชาชนโดยตรงอีกรูปแบบหนึ่ง
หากรัฐบาลนิ่งเฉย ไม่สนใจหรือไม่แก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ตามที่ข้อติเตียนหรือเตือนไปถึง เชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านอาจนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือซักฟอกรัฐบาลอย่างชอบธรรมได้ เพราะได้เตือนและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวในสภาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างใด เป็นการควบคุมรัฐบาลไม่ให้เดินออกนอกลู่นอกทาง และปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหรือกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น
กรณีประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนใจติดตามการทำงานของฝ่ายค้านนั้นเพราะต้องทำมาหากิน มองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่มีส่วนร่วมมากนัก ทางฝ่ายค้านอาจขยายผลเรื่องดังกล่าวสู่สื่อมวลชนทุกแขนงทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์และโซเชียลมีเดียเพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารในวงกว้าง เป็นการสื่อสารถึงประชาชนโดยตรงว่าได้ทำหนังที่ดังกล่าวอย่างสมบูรณ์แล้ว เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาและวิเคราะห์ข้อเท็จจริงในการกลั่นกรองเลือกรัฐบาลในสมัยหน้าตามระบอบประชาธิปไตย
สื่อมวลชนอาจถูกเปรียบเหมือนหมาเฝ้าบ้านที่คอยตักเตือนโจร หรือมิจฉาชีพที่กำลังเข้าบ้านให้เจ้าของบ้านรับรู้ว่ามีภัยใกล้ตัวแล้ว จึงควรระมัดระวังอย่ามาก ดังนั้น การทำงานตรวจสอบของฝ่ายค้านและสื่อมวลชนต้องเป็นทิศทางเดียวกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติอย่างจริงจัง
ในต่างประเทศที่มีสำนักข่าวระดับโลก รัฐบาลมักกลัวสื่อมวลชน เพราะสามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงได้ทั่วโลก ถือเป็นกระจกสะท้อนข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับรู้และรับทราบ ใช้วิจารณญาณกันเองว่าสิ่งใดชอบธรรม หรือไม่ชอบธรรม
อย่างไรก็ตาม การตั้ง ครม.เงาที่อาจนำไปสู่การซักฟอกรัฐบาลแบบลงมติ ฝ่ายค้านไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ เพราะเสียงในสภาน้อยกว่า หรือไม่ถึงครึ่ง เพียงเป็นการตั้งคำถามหรือข้อสงสัย ถ้ารัฐบาลล้ม ต้องมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเอง ทะเลาะหรือขัดแย้งภายใน ไม่สามารถประสานรอยร้าวได้ ขึ้นอยู่กับบริบทว่าจะออกมาในรูปแบบใดที่สามารถสั่นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลได้
ในทางกลับกัน หากฝ่ายค้านทำงานไม่จริงจัง ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ตอบสนอง หรือตอบโจทย์ประชาชนที่คาดหวังไว้ อาจส่งผลกระทบต่อพรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านเอง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้มาทำหน้าที่ดังกล่าว
บทสรุปคือ ต้องเอาจริงทุกเรื่อง ไม่เล่นละครหลอกประชาชน ที่สำคัญไม่ใช่พูดแล้วหาย ไม่เกิดประโยชน์อะไร และควรระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจเป็นดาบสองคมได้ ที่ย้อนกลับมาหาตัวเองโดยเฉพาะงูเห่าฝ่ายค้านอาจแฝงตัวสนับสนุนรัฐบาล ส่งผลเกิดความแตกแยกภายในฝ่ายค้านได้เช่นกัน

