หน้าแรก การเมือง โฆษกรัฐบาล ชี...

โฆษกรัฐบาล ชี้ รบ.เข้มปราบนอมินี ย้ำนายกฯประกาศชัด ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี

4.05.26 | 11:56 น.

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐบาลลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามธุรกิจ “นอมินี” อย่างจริงจัง โดยได้ยกระดับมาตรการป้องกันทั้งการเชื่อมโยงข้อมูล การขยายผลเชิงรุก และการเพิ่มความรัดกุมของกฎหมาย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์ และเชื่อมโยงฐานข้อมูลหน่วยงาน เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย

โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสกัดการนำสถานะนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ทั้งการฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใส และแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในระยะยาว

ทั้งนี้ ภายหลังการยกระดับปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 พบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานผลการตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย โดยพบกรณีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% และลักลอบประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เบื้องต้นพบว่า มีนิติบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจฝ่าฝืนกฎหมาย จำนวน 6,551 ราย

สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ป้องกันการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย

Advertisement

“นายกรัฐมนตรี เดินหน้าปฏิบัติการลุยปราบธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท สแกมเมอร์-นอมินี-ทุนเทา โดยเฉพาะการปราบปรามการใช้ชื่อแทน (Nominee) มุ่งเป้าไปที่ขบวนการที่ใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ทำธุรกรรมแทนกลุ่มทุนต่างชาติ อาทิ การประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย การถือครองที่ดิน และธุรกิจที่มีส่วนเชื่อมโยงไปยังธุรกิจสีเทา โดยนายกรัฐมนตรีประกาศชัด “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี” เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและดูแลความมั่งคงของประเทศ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน สายด่วน 1570” โฆษกรัฐบาล กล่าว