‘สกลธี’ เผย ปชป.เตรียมเปิด 50 รายชื่อผู้สมัคร ส.ก.วันนี้ ยังอุบชื่อคู่ชิง ‘ผู้ว่าฯกทม.’ เป็นใคร แย้มมีประสบการณ์ทางการเมือง-ประสานรัฐบาลได้ เชื่อตอบโจทย์คนกรุงแน่นอน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วงเย็นวันนี้ (5 พ.ค.) จะมีการประกาศรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคทั้ง 50 เขต ภายหลังคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคได้รับรองรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดแล้ว โดยมีอดีต ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ก.จากพรรคการเมืองอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ที่มีแนวทางการทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ประมาณ 12-13 คน และยังมีอดีตผู้สมัครที่มีคะแนนในพื้นที่ดี รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจ
นายสกลธีกล่าวต่อว่า การเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งนี้ การแข่งขันน่าจะไม่เท่าการแข่งขันระดับประเทศ และมั่นใจว่าหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมานำพรรค ความนิยมของพรรคในกรุงเทพฯมีมากขึ้น และว่าที่ผู้สมัครของพรรคก็ทำงานหนัก จึงมั่นใจว่าหลายเขตที่พรรคจะสามารถปักธงได้มากกว่าการเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งก่อนแน่นอน ซึ่งไม่เหมือนกับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่พรรคประชาชนได้ทั้ง 33 เขตการเลือกตั้ง

ส่วน ส.ก.พรรคเพื่อไทยที่มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายสกลธีกล่าวว่า กรรมการสรรหาได้พิจารณาถึงการทำงาน แนวทางและอุดมการณ์ ซึ่งหลายคนเป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หรืออดีต ส.ข. และ ส.ก. ซึ่งมีการพิจารณาประวัติอย่างเข้มข้น จึงได้มีการรับรองผู้ที่มีความเหมาะสม
ส่วนสาเหตุที่พรรคยังไม่เปิดรายชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพฯนั้น นายสกลธีกล่าวว่า เนื่องจากผู้สมัครที่ได้มีการทาบทามไว้มีหน้าที่การงานที่จะต้องไปจัดการก่อน ซึ่งพรรคจะเปิดตัวในช่วงกลางเดือน พ.ค.
เมื่อถามถึงการประเมินคู่แข่งอย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพ คนปัจจุบัน นายสกลธีกล่าวยอมรับว่า คนเป็นแชมป์เก่าน่ากลัวอยู่แล้ว และยังมีประชาชนให้ความนิยมจากแนวทางการทำงานของนายชัชชาติ แต่พรรคก็ทำการบ้านและเห็นบางจุดที่นายชัชชาติยังไม่ได้ลงมือทำ เช่น การติดกล้องวงจรปิดที่ยังไม่เพิ่มจำนวน ระบบ Feeder นำประชาชนส่งถึงขนส่งสาธารณะได้ง่ายขึ้น รวมถึงแนวทางการยกระดับกรุงเทพฯ อีก 4 ปีข้างหน้าให้ยกระดับขึ้นอีก ซึ่งผู้สมัครและทีมกรุงเทพฯของพรรคประชาธิปัตย์จะตอบโจทย์
ส่วนที่มีการประเมินคนกรุงเทพฯชอบผู้สมัครที่ลงสมัครในนามอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมืองนั้น นายสกลธีกล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปในการเลือกตั้งผู้ว่าฯปี 2565 ว่านายชัชชาติอิสระจริงหรือไม่ และเชื่อว่าสื่อมวลชนจะทราบว่ามีพรรคการเมืองใดสนับสนุนนายชัชชาติ ซึ่งเชื่อว่าคนในวงการจะทราบอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผย โปร่งใสที่สนับสนุนผู้สมัครในนามพรรค และมั่นใจว่าประชาชนต้องการความชัดเจนว่าใครจะมีทีมของใครมากกว่า หรือหากผู้ว่าฯจะมีทีม ส.ก.ของตนเอง ประชาชนก็คงอยากทราบ ทั้งนี้ มองว่าการเปิดเผยให้ชัดนั้นเป็นประโยชน์อยู่แล้ว

“การลงสมัครผู้ว่าฯกทม. หรือ ส.ก.ในนามอิสระนั้น มีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งการลงสมัครในนามอิสระก็ไม่จำเป็นต้องมีแนวนโยบายของพรรคมาตีกรอบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ให้อิสระกับผู้สมัครในการกำหนดนโยบาย ซึ่งในการทำงานจริง เชื่อว่าแม้ ส.ก.จะมีพรรคการเมือง แต่สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ส.ก.ก็พร้อมดำเนินการ” นายสกลธีกล่าว
นายสกลธีกล่าวถึงจุดแข็งของว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์มีการทาบทามไปก็ได้รับการตอบรับทันที ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจเอกชน มีบุคลิกในการประสานงาน หากได้รับการเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะสามารถประสานงานกับรัฐบาลได้อย่างไร้รอยต่อแน่นอน รวมถึงยังมีนโยบายกรุงเทพฯของพรรคประชาธิปัตย์ 4 ปี จะสามารถตอบโจทย์ให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯได้แน่นอน

