‘วีระยุทธ’ ดักคอ ‘รัฐบาล’ อย่าอ้างสงคราม-พลังงาน ดันแลนด์บริดจ์ ปลุกคนไทยจับตาได้ไม่คุ้มเสีย ด้าน ‘ลิซ่า’ ตอก ‘อนุทิน’ อย่าเอาหน้า ‘คนดี’ มาขาย หวังคนเชื่อไม่เอื้อนายทุน ชี้มักง่าย ไม่จริงใจ บี้เอาข้อมูลจริงมายืนยัน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาของพรรคประชาชน ว่า เรื่องที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้และเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังต้องการลดแรงเสียดทาน ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปศึกษาเพิ่มเติมใน 90 วัน ตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันจับตาว่านอกจากประเด็นแลนด์บริดจ์แล้วยังมีเรื่องสำคัญที่ครอบอยู่อีก 2 เรื่องที่สังคมควรร่วมกันพิจารณา ชั้นแรกคือ อย่างไรเสียโครงการแลนด์บริดจ์อยู่ ใต้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งคล้ายกับโครงการอีอีซี ที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นการให้อำนาจพิเศษในการบายพาส ข้ามผ่านกฎหมายเก่าที่มีแทบทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงที่จะซ้ำรอยปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกหรือไม่ เพราะขาดการมีส่วนร่วม และปัญหาอื่นที่จะตามมา ส่วนชั้นที่ 2 เหนือขึ้นไปอีกคือปัจจัยทางภูมิ รัฐศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนเมื่อดูรายงานฉบับล่าสุด ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าความคุ้มค่าทางการเงินนั้นมีความเสี่ยงจริงๆ เมื่อมองย้อนกลับไปอัตราผลตอบแทนทางการเงินมีเพียง 4% เท่านั้น ขณะเดียวกันถ้ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ ติดลบ 4 หมื่นล้านบาทด้วยซ้ำ ดังนั้น ความคุ้มค่าทางการเงิน ค่อนข้างเสี่ยงที่จะมีใครมาลงทุน ดังนั้นรัฐบาลจึงนำปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลกเข้ามาร่วมพิจารณา ซึ่งถือว่าฟังขึ้นที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุช การมีสงครามตะวันออกกลาง
“แต่ยิ่งเอาปัจจัยเหล่านี้มาพิจาณราก็ยิ่งทำให้เรากังวลกับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าไป เพราะนี่คือไพ่สำคัญของประเทศไทยที่ไม่ควรไปเชื่อประเทศมหาอำนาจ แต่โครงการนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย หากคุณทิ้งไพ่ใบสำคัญนี้ให้มหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งยิ่งเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เราเกิดจุดเปราะบางทั้งเรื่องพลังงาน และความมั่นคงในอนาคต รัฐบาลจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้าจะทำด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ควรใช้โอกาสนี้ในการวางจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ในการกระจายความเสี่ยง เป็นจุดร่วมลงทุนของประเทศต่างๆ” นายวีระยุทธกล่าว

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.เอสอีซี ตนคิดว่า วันนี้รัฐบาลอย่าใช้โอกาสนี้เป็นจุดอ่อนของภาคใต้มาขายฝัน แน่นอนว่าคนใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ แต่การเอาแลนด์บริจด์มาโฆษณาโดยไม่พูดถึงว่าแลนด์บริจด์มีที่มา ที่ไปอย่างไร มีอะไรจะเกิดขึ้นก่อนแลนด์บริจด์ ซึ่งตนมองว่าเป็นการขายฝันและฉวยโอกาสมากเกินไป ที่พูดว่าสร้างเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงิน แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเม็ดเงินที่สร้างนั้น สร้างให้กับใคร แล้วถ้าจะใช้โมเดลอีอีซี จะมีใครการันตีได้ว่าบทเรียนที่เกิดขึ้นกับอีอีซีจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในภาคใต้อีก และน่าเสียดายที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่ภาคใต้ เพราะตนก็อยากให้ท่านลงไปรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง หากไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ตนขอแนะนำให้ไปที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนพร้อมให้ข้อมูล และทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ จากบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักดีในนาม “อาม่า” ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีเชี่ยวชาญภาคใต้ ท่านต้องรู้แน่นอนถ้าจะไปจริงๆ
“เรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความจริงใจ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทุกอย่างดูเร่งรีบ เร่งรัดไปหมด และเมื่อสื่อมวลชนถามนายกฯ ล่าสุดว่าท่านจะการันตีได้อย่างไรว่าโครงการนี้จะไม่เป็นการเอื้อให้ทุนต่างชาติมาเช่าที่ดิน นายกฯ กลับตอบว่าให้ดูหน้าท่าน ว่า 7-8 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้กับใคร ดิฉันคิดว่า การตอบแบบนี้มักง่ายไปหน่อย ท่านเอาแค่หน้าท่านมาการันตีว่าจะไม่ทำเพื่อใคร แต่วันนี้ที่เราพูดกันคือผลประโยชน์ของประชาชน ต้นทุนคือทรัพยากรของประเทศ มันต้องมีการยืนยันด้วยข้อเท็จจริงมากกว่าการบอกว่าตนเป็นคนดี ให้เชื่อฉันสิ เรื่องนี้ทำให้ดิฉันคิดว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจตั้งแต่แรก” น.ส.ภคมน กล่าว
ขณะที่ นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน กล่าวว่า หากประเทศมหาอำนาจที่รู้ว่าการลงทุนมหาศาลไม่คุ้มค่าในแง่ของเศรษฐกิจหรือการลงทุนเม็ดเงิน แต่ยังพร้อมที่จะมาลงทุนยิ่งทำให้รัฐบาลประเทศไทยต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยการต่างประเทศเป็นเรื่องของการต่อรอง การต่อรองนั้นถือเป็นการใช้จุดแข็งของประเทศมาเป็นไพ่ในการต่อรอง จุดแข็งของประเทศคือเรื่องของที่ตั้ง ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีที่ตั้งสำคัญ สามารถใช้เป็นไพ่ได้ถ้าเล่นเป็นกับประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายได้อย่างชัดเจน ต่อมาคือเรื่องทรัพยากร ขนาดเศรษฐกิจ และความสามารถของผู้นำที่จะใช้ไพ่และสร้างไพ่ให้เป็นประโยชน์ แลนด์บริดจ์จะเป็นการสร้างไพ่
นายพิศาล กล่าวต่อว่า ส่วนจะเป็นประโยชน์หรือไม่กับประเทศไทย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ไพ่ใบนี้ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ทำให้พลังต่อรองของประเทศไทยกับมหาอำนาจที่มาลงทุนและมหาอำนาจประเทศอื่นที่ไม่ได้มาลงทุนมากขึ้นหรือน้อยลง ทำให้ไทยเป็นที่น่าเกรงใจ เป็นแหล่งดึงดูดเงินทุนเทคโนโลยีจากนานาประเทศมากขึ้นหรือน้อยลง ทำให้เราเป็นเพียงทางผ่านหรือส่วนต่อทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ตนมองว่าเราสามารถกำหนดแนวทางที่เป็นอิสระได้มากขึ้นหรือน้อยลง ถ้าเกิดการต่างประเทศของเรามีพลังต่อรองจะทำให้เราสง่างาม ทำให้เราสามารถที่จะลดความเกรงใจที่เรามีกับมหาอำนาจ และจะทำให้มหาอำนาจทุกค่ายจะมีความเกรงใจเรามากขึ้น ถ้าตอบคำถามทั้งหมดนี้ เราดีขึ้นหมด เราสอบผ่านด้านภูมิรัฐศาสตร์


