ส.ส.กล้าธรรม จี้รบ.แก้ปัญหามลพิษข้ามแดนเป็นวาระแห่งชาติ มีแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาในทุกด้านอย่างไร ด้าน”สุชาติ” ยันรบ.ไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหา พร้อมนำเรียน“นายกฯ”รับทราบ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นางมลธิชา ไชยบาล ส.ส.เชียงราย พรรคกล้าธรรม ถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องปัญหาสารพิษปนเปื้อนข้ามแดน ในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม้น้ำกก และแม่น้ำโขง ที่กิดจาการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ว่า ขณะนี้กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุุขภาพและเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จ.เชียงราย และพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำโขง หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ใน จ.เชียงราย เมื่อเดือน ก.ย.2567 และเดือนมี.ค.2568 ได้มีการตรวจพบการปนเปื้อนของสารหนูและโลหะหนัก ทั้งในน้ำและดิน และยังพบปลาแค้ ที่มีแผล ตุ่มพุพอง สะท้อนถึงความผิดปกติของระบบนิเวศน์ กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐรับทราบมาโดยตลอด แต่การสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชนยังไม่ชัดเจน และไม่สะท้อนถึงคามเร่งด่วนของปัญหา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน
นางมลธิชา กล่าวต่อว่า ดังนั้นถึงเวลาที่รัฐจะประกาศหรือยังว่ามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ปัญหาอาจกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก และจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูยาวนาน จึงขอถามว่า รัฐบาลจะใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงให้สัมฤทธิ์ผลในการแก้ปัญหาที่ต้นทางอย่างไร และนอกจากการเจรจากับประเทศเมียนมาแล้วมีแนวทางประสารความร่วมมือกับหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจในพื้นที่รัฐฉาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่ เพื่อควบคุมการทำเหมือง รวมถึงเหมืองที่ไม่ได้รับอนุญาติอย่างไร รัฐบาลมีแนวทางในการขอความร่วมมือจากจีนเป็นตัวกลางในการเจรจา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือไม่ และรัฐบาลมีแนวทางการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อรองรับการอุปโภคบริโภค และการประกอบอาชีพภาคการเกษตรอย่างไร มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนอย่างไร มีแผนฟื้นฟูระบบนิเวศน์ให้สมดุลยั่งยืนได้อย่างไร แนวทางและมาตรการในการเยียวยาที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชน และภาคการท่องเที่ยว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฟื้นฟูความเชื่อมั่นอย่างไร

นายสุชาติ ชี้งแจงว่า กรมควบคุมลพิษ ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาตั้งแต่ตนรับตำแหน่งปลายปีที่แล้ว เพื่อให้ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำต่างๆ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน มีคณะทำงานสามฝ่าย คณะทำงานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขคุณภาพน้ำ ส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศ ทางกรมควบคุมมลพิษได้ใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนทช. กระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคง ในการที่จะเข้าไปประสานกับผู้ที่เป็นต้นทางของการปล่อยสารปนเปื้อนในรัฐฉาน และได้ประสานกับประเทศที่เป็นคู่ค้าที่มีอิทธิพลกับทางผู้ผลิตต้นทาง เช่นญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย เพื่อพูดคุยกับประเทศต้นทาง และเรากำลังหาคนกลางที่จะพูดคุยเรื่องนี้อย่างน้อยให้เราตั้งสถานีตรวจวัดในฝั่งประเทศต้นทางได้หรือไม่ เพราะการที่ปล่อยน้ำลงมาสู่แม่น้ำโขงและแม่น้ำกก จะทำอย่างไรให้เราสามารถเตือนเขาได้ว่าน้ำของเขาเกินมาตรฐาน เพราะมาตรฐานของเรากับเมียนมาใช้กันคนละตัวเลข อย่างไรก็ตามเราต้องมีเหตุผลเพื่อให้ประชาชนเข้าใจและคลายวิตกกังวล ยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการส่งทีมไปพูดคุยกับเมียนมาแล้วแต่ยังไม่ตกผลึก ซึ่งเราพยายามหาทางแก้ไขให้เขายอมรับข้อตกลงของเรา
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดหาแหล่งน้ำ ได้ให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำไปสำรวจพื้นที่รอบรอบที่ไม่มีผลกระทบจากสารตกค้างเพื่อจะทำแหล่งน้ำสำรองให้กับการประปาภูมิภาค ส่วนประปาหมู่บ้านหรือน้ำบาดาลหมู่บ้าน ได้ให้กรมน้ำบาดาลลงไปเป่าท่อเอาตะกอนที่ตกค้างที่เป็นสารหนูสะสมมาออกให้หมด และหากในพื้นที่ของนางมลธิชามีความจำเป็นหลังจากชี้แจงเสร็จแล้ว จะให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำและน้ำบาดาลโซนภาคเหนือ ไปพบเพื่อนำปัญหาที่รับมาจากพี่น้องประชาชนไปแก้ปัญหาให้ทันท่วงที
“ผมจะนำข้อหารือนี้เรียนนายกฯ ในเรื่องของการเยียวยา มาตรการที่เป็นรูปธรรมชัดเจน สำหรับผู้ที่มีผลกระทบ เราไม่ได้มองว่าเราเยียวยาให้กับคนทั้งจังหวัด แต่เราเยียวยาให้กับคนที่ได้รับผลกระทบจากริมน้ำส่วนเรื่องการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสารตกข้างนั้น ผมก็จะนำข้อหารือนำเรียนนายกฯเพื่อรับทราบปัญหาเช่นกัน เพื่อที่จะนำมาเรียนต่อสมาชิกรับทราบต่อไป” นายสุชาติ กล่าว


