‘ดร.โจ’ ชูนโยบายดิจิทัลเพื่อคนกรุง จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส-รถเก็บขยะติดกล้องจับภาพถนนชำรุด-เป็นเจ้าภาพดูตารางรถ-เรือ จ่อ รื้อระบบจัดการหมักขยะอ่อนนุช ลั่น หากได้เป็นผู้ว่าฯ จะไม่ทำให้คน กทม.ผิดหวัง
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวถึงนโยบายของพรรคประชาชนในการสู้ศึกเลือกตั้งกรุงเทพฯ ครั้งนี้ว่า การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครเป็นมากกว่าการเลือกผู้ว่าหนึ่งคน แต่เป็นการเลือกอนาคตว่าคนกรุงเทพฯ อยากเห็นกรุงเทพฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
สำหรับนโยบายด้านข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล หากตนเป็นผู้ว่าฯ กทม.มั่นใจว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีมาออกแบบและพัฒนาเมืองได้ อาทิ ปัญหาถนนไม่เรียบ ปัจจุบันเรามีรถเก็บขยะของกรุงเทพฯ ที่วิ่งทุกวันทุกตรอกซอกซอย เราสามารถติดกล้องที่รถขยะนี้ เพื่อให้เห็นสภาพพื้นผิวถนนในแต่ละพื้นที่พร้อมระบุพิกัด จะรู้ได้ว่าปัญหาเกิดที่จุดไหน ก่อนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปแก้ไข รวมถึงการใช้งบประมาณที่โปร่งใส การจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ของ กทม. สามารถใช้เทคโนโลยีเอไอตรวจจับได้ อาทิ ราคากลางและราคาเสนอเท่าไร มีการฮั้วราคากันหรือไม่ เมื่อระบุความผิดปกติได้แล้ว จากนั้นจึงให้คนเข้าไปดูเป็นรายกรณีว่าเบื้องลึกของเรื่องนั้นเป็นอย่างไร
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า อีกเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามามากคือ คนใช้รถเมล์เขาอยากรู้ว่ารถเมล์อยู่ที่ไหน จะมาเมื่อไหร่ แม้จะมีบางแอปพลิเคชันของเอกชนทำได้ แต่ยังไม่ครบถ้วนทุกบริษัทรถเมล์รวมถึง ขสมก. ดังนั้น ตนจะให้ กทม. เป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ ประชาชนต้องดูได้ครบทุกสาย ทุกบริษัท รวมถึงตารางของเรือและรถไฟฟ้า จะทำให้การวางแผนใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ง่ายขึ้น
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาโรงขยะอ่อนนุช ซึ่งเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งส.ส.กทม. และแคนดิเดต ส.ก. ของพรรคประชาชนได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ทุกวันนี้เมื่อสอบถามประชาชนที่ใช้ชีวิตในบริเวณดังกล่าว ก็บอกว่ายังได้รับผลกระทบอยู่ ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้ หาก กทม. จะอ้างเรื่องข้อจำกัดทางอำนาจของตัวเอง ก็ไม่สามารถอ้างได้ เพราะในสัญญาของการจัดการขยะมี 2 สัญญาที่เป็นการนำขยะมาหมักเป็นปุ๋ย คือสัญญา 1,000 ตัน กับ 600 ตัน
กระบวนการหมักส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็น หากไม่ได้อยู่ในระบบปิดที่ถูกต้องตามมาตรฐานสุขลักษณะ และปัจจุบันมีที่ให้ขยะเหล่านี้ถูกนำไปจัดการได้แล้ว คือโรงขยะโรงใหม่ที่มีการทดลองและมีศักยภาพที่จะรองรับปริมาณขยะตรงนั้นได้ ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขยะไม่มีที่ไป แต่ปัญหาคือ กทม. มีเจตจำนงที่จะจัดการปัญหาหรือไม่
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น หากตนได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่า กทม. จะทำเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน ด้วยการยกเลิกสัญญา พิจารณาให้การนำขยะมาหมักต้องยุติทันที รวมถึงทบทวนความรับผิดชอบของ กทม. และความรับผิดชอบของคู่สัญญาว่าทั้งสองฝ่าย ได้ทำตามความรับผิดชอบของตัวเองหรือไม่ หากจำเป็นต้องมีการจ่ายชดเชยให้เป็นธรรมก็ต้องจ่าย
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ต่อมาเรื่องการรับมือภัยพิบัติ อาทิ น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 สำหรับเรื่องน้ำท่วม ต้องแก้ตั้งแต่การเตรียมพร้อม ทุกวันนี้เราเห็น กทม. ลอกท่อ ทำเส้นเลือดฝอย เวลาฝนตกแล้วน้ำท่วมระบายเร็วขึ้น แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ไม่ได้ทำอย่างครอบคลุม โดยการลอกท่อต้องทำอย่างทั่วถึงและครอบคลุม ไม่เช่นนั้นศักยภาพในการระบายน้ำจะไม่เต็มระบบ ขณะที่การป้องกันน้ำท่วมยังมีอีกหลายส่วนที่สามารถทำเพิ่มเติมได้
ขณะที่เรื่องฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นเรื่องใหญ่ สำหรับขอบเขตที่ กทม. ทำได้ คือเรื่องมาตรฐานการควบคุมการก่อสร้างไม่ให้มีการปล่อยฝุ่นออกมา ซึ่งสามารถทำได้ดีกว่านี้ เพราะมีพื้นที่ก่อสร้างหลายงานที่ไม่ได้มาตรฐานรวมถึงเรื่องการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ของฝุ่นที่ต้องแก้ทั้งในระดับ กทม. และระดับประเทศ ซึ่งในระดับ กทม.สามารถออกข้อบัญญัติเรื่องการก่อสร้าง ทีมบริหารที่ดูแลเรื่องการก่อสร้างจะดูแลส่วนนี้ เพื่อช่วยให้ฝุ่นจากการก่อสร้างลดลงได้
ส่วนเรื่องการเผา สามารถนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย “คนกรุงเทพฯ มอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชนผ่าน ส.ส. ทั้ง 33 เขต แต่จะดีกว่าหรือไม่หากคนกรุงเทพฯ มอบความไว้วางใจของท่านให้เราดูแล กทม. ให้โอกาสเราได้แสดงให้เห็นว่า การบริหารภายใต้พรรคประชาชนจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่กรุงเทพฯ อย่างไร ยืนยันว่า หากได้รับโอกาสเข้าไปทำงาน จะไม่ทำให้คนกรุงเทพฯ ผิดหวัง พรรคประชาชนมีวาระ มีความแน่วแน่ และมีเจตจำนงทางการเมืองที่จะขับเคลื่อนผลักดันวาระให้สำเร็จ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

