“อนุทิน”ยังเคารพ “ทักษิณ” ได้พักโทษ 11 พ.ค. เผยผูกพันเหมือนลูกหลาน กรุงเทพฯก็แคบอยู่แค่นี้ อาจได้พบกัน
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้พักโทษ และออกจากเรือนจำ ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ว่า “ผมก็เคารพนับถือ และเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่านมา 20 กว่าปี มีความผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวท่านด้วย”

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสไปปรึกษาในเรื่องที่นายทักษิณ มีความเชี่ยวชาญบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่ให้ท่านได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวของท่าน ถึงอย่างไรกรุงเทพฯก็แคบอยู่แค่นี้ เดี๋ยววันใดวันหนึ่งก็อาจจะมีโอกาสได้พบกัน ตามโอกาสต่างๆ แล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ที่ท่านจะออกมาใหม่ๆ ก็เหมือนยังคงเป็นการพักโทษอยู่ ยังมีข้อจำกัดและยังคงไม่สะดวกให้คนภายนอกครอบครัวไปพบ
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่านายทักษิณจะไม่วางมือทางการเมือง และจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ผมไม่คิดไกลถึงขนาดนั้น อย่างไรท่านก็เป็นคนที่ผมให้ความเคารพ”

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติโดยเห็นว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ใน 859 ผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไปในวันที่ 11 พฤษภาคม และมีเงื่อนไขติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 69 ถือเป็นมติถึงที่สุดแล้วจากการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และคุณสมบัติของผู้ต้องขังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและกฎกระทรวงกำหนดไว้อย่างครบถ้วน มติของคณะอนุกรรมการฯ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
แหล่งข่าวระดับสูงใน ยธ.เผยอีกว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 จะเดินทางไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อติดกำไล EM ให้แก่อดีตนายกฯ และแจ้งเรื่องขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์กำไล EM พร้อมกับดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ
ส่วนการรายงานตัวรับทราบเงื่อนไข หลักการปฏิบัติตนระหว่างการคุมประพฤติ 4 เดือนนั้น ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ 11-13 พฤษภาคม นายทักษิณจะต้องเดินทางไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตบางพลัด สถานที่พักโทษ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ตามที่ผู้อุปการะของนายทักษิณได้แจ้งไว้
นายทักษิณจะต้องไปรับทราบละเอียดทั้งหมด ทั้งนี้เหลือระยะเวลาการคุมประพฤติเพียง 4 เดือน ดังนั้น การรายงานตัวจะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง หรือหากจะเป็นกรณี 2 เดือน ค่อยรายงานตัว 1 ครั้ง จะเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่คุมประพฤติกับผู้ถูกคุมประพฤติจะพูดคุยประสานงานกัน
สำหรับการติดกำไล EM จะต้องถูกติดไปจนกว่าจะพ้นโทษ ในวันที่ 9 กันยายน ส่วนการจะขอปลดกำไล EM ระหว่างการคุมประพฤติ เนื่องจากปัญหาเพื่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะต้องเข้าอุโมงค์เพื่อทำ MRI หรือการรักษาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องตรวจที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุความเข้มสูง ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM ชั่วคราวได้ โดยใช้เอกสารที่มีความเห็นของแพทย์ ที่ระบุชัดเจนเลยว่า “กำไล EM เป็นอุปสรรคในการรักษาพยาบาลจริง”
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาพยาบาล จึงกลับมาติดกำไล EM ดังเดิม แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือป่วยติดเตียง หรือข้อเท้าเป็นแผลพุพอง หรือการติดกำไล EM ทำให้เผชิญปัญหาสุขภาพย่ำแย่ลง ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM แบบถาวรมายังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้เช่นเดียวกัน เพื่อเสนอไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

