อนุทินสั่งขยายผลจับหนุ่มจีนซุกคลังแสงย่อยหลังถูกโยงBHQ ตำรวจฝากขังข้อหาหนักครอบครองอาวุธสงคราม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่กองบิน 6 ภายหลังกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 9 พฤษภาคม กรณีตำรวจ สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์พลิกคว่ำมีผู้ขับรถเป็นชายชาวจีน ภายในรถพบอาวุธสงครามจำนวนมากและได้นำตัวมาค้นบ้าน ในหมู่บ้านหรู ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบอาวุธปืน กระสุน วัตถุระเบิด จำนวนมากเป็นคลังแสงย่อย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมว่า ได้เน้นย้ำ ผบ.ตร.ให้ขยายผล และรับทราบถึงต้นเหตุของการกระทำเช่นนี้ให้ลึกที่สุด และให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เข้มข้น หาต้นตอของปัญหานี้ให้ได้
นายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าทำไมคนต่างชาติสามารถครอบครองอาวุธได้ก็ย้ำแล้วว่า ไม่มีแล้วใบอนุญาตในการพกปืนหรือพกอะไรต่างๆ โดยทุกวันนี้ใครที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และพกพาอาวุธปืนไปไหนถือว่าผิดกฎหมายหมดแล้วต้องระวังด้วย หากถูกจับขึ้นมาจะมีข้อหาอื่นๆ ตามมาอีกเยอะ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ใครที่พยายามมาบอกกับตนว่า ต้องออกใบอนุญาตเพิ่มหรือใดๆ ก็แล้วแต่ เพราะนี่ขนาดเราห้ามยังทำการอุกอาจขนาดนี้
นายกฯกล่าวอีกว่า ได้รับรายงานมาแล้ว หากไปเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับบุคคลหรือกลุ่มคนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยกันเองหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เราก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า อาวุธส่วนใหญ่ที่เป็นอาวุธสงคราม รวมถึงการตรวจสอบมือถือยังพบสิ่งที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่ม BHQ (องครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน) นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่เราต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งจะต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะจะมีเหตุผลไปยังเรื่องของฟรีวีซ่าอีกทั้งหลายทั้งปวง แต่ในขณะนี้ก็ขอให้ฝ่ายตำรวจและฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการสอบสวนให้ได้รายละเอียดให้มากที่สุดก่อน
ต่อมา ร.ต.อ.อาทิตย์ แสนปัญญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เจ้าของคดี ได้เบิกตัวนายหมิงเฉิน ซุน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา แจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายกระทง ประกอบด้วย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้, ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ต่อมาศาลอนุญาตฝากขัง
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.นภัสพงศ์ โฆษิตสุริยมณี ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนำหนังสือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อม “แบล๊กลิสต์” เข้าแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหารับทราบแล้ว เตรียมผลักดันออกนอกประเทศทันที หลังสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามคดีดังกล่าวที่ สภ.นาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยกล่าวชื่นชม ส.ต.ท.นิลพัฒน์ ทองย้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.นาจอมเทียน รวมถึงชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ที่สังเกตพบแม็กกาซีนปืนขนาด .45 ภายในรถผู้ต้องหา จนนำไปสู่การขยายผลตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ห้วยใหญ่ และพบอาวุธปืนพร้อมวัตถุระเบิดจำนวนมาก
ผบ.ตร.ได้สั่งการเร่งตรวจสอบ 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประวัติและเส้นทางการเดินทางเข้าออกประเทศของผู้ต้องหา ความเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะหญิงสาวที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้านเช่า ที่มาของอาวุธและวัตถุระเบิด เส้นทางการเงิน และข้อมูลการใช้โทรศัพท์ เพื่อขยายผลหาเครือข่ายหรือผู้ร่วมขบวนการ ขณะเดียวกัน ยังมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายสืบสวน หน่วยข่าว กอ.รมน. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสันติบาล และกองปราบปราม เพื่อซักถามเชิงลึกและตรวจสอบแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ต้องหา แม้ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับการก่อวินาศกรรมหรือการโจรกรรมข้อมูล แต่เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต โดยถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการเชิงรุกด้านความมั่นคงที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้นปี 2569 เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามทั่วประเทศ
อย่างไรยอมรับว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อกล็อก ที่ตรวจยึดได้ภายในคลังอาวุธของผู้ต้องหาชาวจีนนั้น พบว่าเป็นอาวุธปืนส่วนตัวตำรวจสังกัด สน.สายไหม จริง แต่ไม่ใช่อาวุธปืนประจำกายของทางราชการ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เจ้าของอาวุธปืนรายดังกล่าวมีปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงิน จึงตัดสินใจขายอาวุธปืนส่วนตัวออกไป ก่อนที่อาวุธปืนจะถูกซื้อขายเปลี่ยนมือกันมาหลายทอด กระทั่งมาตกอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาชาวจีน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบเส้นทางการซื้อขายทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบว่าอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวหลุดไปอยู่ในมือชายชาวจีนได้อย่างไร และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุดตำรวจอยู่ระหว่างเร่งขยายผลเส้นทางการซื้อขายอาวุธปืน “เอ็มโฟร์” หรือ M4 หลังพบข้อมูลมีการจำหน่ายให้กับชาวจีนในราคากระบอกละประมาณ 200,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายคเชนทร์(สงวนนามสกุล) ครูฝึกยิงปืนสนามพัทยา และ พ.จ.อ.สังกัดกองทัพเรือ มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธดังกล่าว ก่อนส่งต่อให้กับผู้ต้องหาชาวจีน โดยทราบว่าทาง นายคเชนทร์ได้ติดต่อซื้อปืน M4 กับ พ.จ.อ.ในจำนวน 200,000 บาท ล่าสุดกำลังนำตัวทั้ง 2 มาสอบสวนปากคำที่ สภ.นาจอมเทียน

