หน้าแรก การเมือง ฝ่ายค้านยื่นป...

ฝ่ายค้านยื่นปธ.สภาเที่ยงนี้ ให้ศาลตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มาร์คย้ำ ลดภาษีสรรพสามิตก็แก้ได้แล้ว

11.05.26 | 11:09 น.

‘อภิสิทธิ์’ เผย ‘ฝ่ายค้าน’ เตรียมยื่น ‘ปธ.สภา’ เที่ยงนี้ ให้ศาล รธน.ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยันกู้ครั้งนี้แตกต่างจาก 3 ครั้งที่ผ่านมา ที่ประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ ชี้สถานการณ์วันนี้ลดภาษีสรรพสามิตก็แก้ไขปัญหาได้ เหตุ ‘แบงก์ชาติ’ แถลง ‘ส่งออก-ลงทุน’ เป็นบวกหมด ย้อน ‘เอกนิติ’ มุ่งเป้าตรงไหน คนที่ได้พวกเน็ตแรง-มือไว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า วันนี้เวลา 12.00 น. ฝ่ายค้านจะสามารถยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา มีตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุยกับพรรคประชาชนถึงการเขียนคำร้องแล้ว โดยมีการพูดถึงว่าการที่ตรา พ.ร.ก.ครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องทำไปเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักๆ คือ 1.โครงการอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานทั้งหมดแทบจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในขณะนี้เลย ขณะเดียวกันในแง่ของภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งตนเห็นในปัจจุบันที่มีการชี้แจงในทำนองว่ารัฐบาลอื่นก็เคยกู้เงิน ดังนั้น เราต้องพูดตามข้อเท็จจริง และเงื่อนไขของกฎหมาย คำว่า “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” จะวัดจากอะไร ต้องดูตามมาตรฐานของสากล

“การกู้เงินในอดีตที่ผ่านมา 3 ครั้ง ที่เราจำกันได้ ครั้งที่ 1 วิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งวิกฤตครั้งนั้นเห็นได้ชัดว่า ทุนสำรองของประเทศแทบจะหมดไปแล้ว และเศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง ครั้งที่ 2 ในยุคที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้นการท่องเที่ยว การส่งออกติดลบ มีการคาดการณ์กันว่าจะเกิดการตกงานกันครั้งใหญ่ เศรษฐกิจหดตัว ซึ่งรัฐได้พยายามใช้เงื่อนไขที่มีอยู่ในกฎหมายทั้งหมด เช่น การทำกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติม และอะไรหมดแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะมีเงินมาดำเนินการในการสร้างความมั่นใจในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ ก็จำเป็นต้องทำ และครั้งที่ 3 กรณีโควิด-19 ซึ่งมีการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ดังนั้น มาเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมดูตัวเลข ณ สิ้นเดือนมีนาคม ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยแถลงล่าสุด ปีต่อปี ส่งออกเป็นบวก ลงทุนเป็นบวก การบริโภคเป็นบวก และเศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังเป็นบวก รวมถึงประเด็นการจัดเก็บรายได้ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังเป็นไปตามเป้าหมายอยู่” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตรงนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตและยืนยันเหมือนเดิมว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คือไม่ใช่เราบอกว่าเศรษฐกิจดี เรารู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี และเรารู้ว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ผลกระทบนั้นมาทางด้านที่เราเรียกว่าต้นทุนคือ น้ำมันแพง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตอื่นๆ แพง พร้อมยกตัวอย่างว่ารัฐบาลคิดว่าจะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท เป็นเวลา 4 เดือน ในขณะที่เราบอกว่าถ้าคุณลดภาษีสรรพสามิต 4 เดือน คุณใช้เงินแค่ 60,000 ล้านบาท น้ำมันถูกลงทันที 7 บาท และตอนนี้แทบจะกลับไปเหลือ 30 บาทแล้ว อะไรคือการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกว่ากัน โดยไม่ต้องละเมิดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ

Advertisement

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า การปฏิเสธของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ผ่านมาบอกว่าลดภาษีสรรพสามิตเป็นการช่วยเหลือแบบไม่มุ่งเป้า คำว่า “ไม่มุ่งเป้า” ของนายเอกนิติก็ขยายความว่า เช่น มีคนรวยที่ขับรถได้ประโยชน์ เพราะเขาใช้ดีเซล ซึ่งตนก็บอกว่าจริงๆ แล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า เช่น การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรงนี้เราไม่ได้ขัดข้อง และความจริงในวงเงินที่ทำก็สามารถที่จะบริหารจากงบประมาณปกติได้ แต่คำถามคือการให้เงินคน 30 ล้านคน โดยคนที่ได้คือคนที่มีโทรศัพท์ดีกว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตดีกว่า มือไวกว่า อย่างนี้เป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราทักท้วง และเราไม่เคยปฏิเสธว่าเศรษฐกิจไม่มีปัญหา แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจมีความหมายเฉพาะของมัน และไม่ได้เป็นตามเงื่อนไข และเราก็มองว่าการช่วยเหลือประชาชน ที่ไม่ก่อหนี้มากมายมหาศาลแบบนี้ และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบมีวิธีอื่นอีกเยอะ

เมื่อถามว่า ในร่างคำร้องมีพรรคกล้าธรรมร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เข้าใจว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อด้วย แต่เชื่อว่าเมื่อเรายื่นไปแล้ว ศาลจะรับไว้พิจารณา และหากศาลรับไว้พิจารณาก็ต้องหยุดการพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าน่าจะทันในวันที่ 14 พ.ค. จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว