หน้าแรก การเมือง เอกนิติ ยัน พ...

เอกนิติ ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน บังคับใช้แล้ว ย้ำแก้วิกฤตปากท้อง ปัดตอบปมเก็บภาษีชินคอร์ป

12.05.26 | 13:24 น.

‘เอกนิติ’ ชี้ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน เพื่อวิกฤตปากท้อง เปรียบยิงนกทีเดียวได้ถึงสองตัว ทั้งเยียวยา ปชช.และทำให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ขณะที่สงครามไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ ปัดตอบคืบหน้าเก็บภาษีชินคอร์ป

เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และวิกฤตปากท้องประชาชน เชื่อว่าทุกประเทศมีความรับผิดชอบดูแลปากท้องประชาชน ส่วนที่หลายคนนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น ในปี 2540 ครั้งนั้นต้องเรียกว่าวิกฤตค่าเงินและวิกฤตแบงก์ล้มซึ่งแตกต่างจากในขณะนี้ที่เป็นวิกฤตค่าครองชีพ โดยค่าครองชีพที่พุ่งสูงทั่วโลก ถือเป็นวิกฤตความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วน และมีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีอย่างรอบคอบ พร้อมระบุว่า หากไม่ทำในวันนี้ วิกฤตจะมาอีกหลายระลอก

“วันนี้เห็นแล้วว่าเงินเฟ้อเริ่มพุ่งสูงขึ้น และวิกฤตต่อมาคือวิกฤตค่าครองชีพ ถ้าเราไม่สามารถหยุดวิกฤตนี้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ และรอให้เกิดปัญหา เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้หดตัว ธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนกลายเป็นวิกฤตคนตกงาน นี่คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และหากปล่อยให้เกิดนานขึ้นจะยิ่งแก้ไขยาก” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า วันนี้ พ.ร.ก.กู้เงินได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลบังคับใช้เรียบร้อย ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้า

เมื่อถามว่า ในส่วนของเงิน 200,000 แสนล้านบาทส่วนหลังสามารถรอในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปกติได้หรือไม่ นายเอกนิติระบุว่า คิดว่า 200,000 แสนล้านบาทส่วนหลัง กับ 200,000 บาทแรก ต้องแยกกัน เพราะนี่คือวิกฤตเรื่องการเยียวยา ซึ่งวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ คือการเยียวยา และนอกจากการเยียวยาแล้ว ยังต้องเปลี่ยนผ่านให้เกิดความเข้มแข็งได้ด้วย เปรียบเหมือนยิงนกทีเดียวได้ถึงสองตัว ทั้งบรรเทาผลกระทบ และทำให้กลับมาแข็งแรงขึ้น

“วันนี้ชัดเจนว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงเรื่องวิกฤตพลังงานมากกว่าหลายประเทศ เพราะเราต้องนำเข้าพลังงานสูง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่าน เพราะหากยังต้องพึ่งพาน้ำมันมากขนาดนี้ก็ต้องนำเข้า ขณะที่วิกฤตสงครามไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ และจะกระทบประชาชนอีกหลายระลอก ผมคิดว่าประชาชนจะเดือดร้อน” นายเอกนิติกล่าว

Advertisement

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติปฏิเสธตอบคำถามความคืบหน้ากรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีการซื้อหุ้นชินคอร์ป ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล