หน้าแรก การเมือง ส.ว.หวั่น แลน...

ส.ว.หวั่น แลนด์บริดจ์ รัฐบาล เสียค่าโง่ ซ้ำคลองด่าน-โฮปเวลล์ แนะศึกษาให้รอบด้าน ฟังเสียงปชช.ให้มาก

12.05.26 | 14:53 น.

ส.ว.หวั่น รัฐบาล เสียค่าโง่ซ้ำ แนะ ศึกษาแลนด์บริดจ์ให้รอบด้าน-รอบคอบ-ฟังเสียงประชาชน ด้าน หมอเปรม มองรัฐบาลกำลังถอย หนุนเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลยุติ หลังคนค้านหนัก

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณารายงานพิจารณาศึกษา เรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนารเบียงศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมมาธิการการคมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว และญัตติเรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายนรเศรษฐ ปรัชญากร ส.ว.เป็นผู้เสนอ

นายชูชีพ เอื้อการณ์ ส.ว. อภิปรายว่า ตนไม่คัดค้านการพัฒนา แต่ขอให้รัฐบาลศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ รวมถึงภาระทางการคลัง และควรให้สังคมตรวจสอบเข้าถึงได้โดยไม่เป็นสะพานภาระให้คนไทย นอกจากนี้ ไม่ควรให้คนไทยเสียค่าโง่เหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา เช่น โครงการโฮปเวลล์ คลองด่าน ทั้งนี้ ตนกังวลว่า หากจะมุ่งไปที่เม็ดเงินหรือจีดีพีจะทำให้ความรวยกระจุกอยู่ที่กลุ่มคน ขณะที่ความจนจะตกอยู่ที่ประชาชน สิ่งที่ต้องถามคือหากประเทศไทยสร้างแลนด์บริดจ์ได้แล้วจะมีสายการเดินเรือมาใช้หรือไม่ เพราะเพิ่มต้นทุนการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ หากทำแล้วไม่มีคนมาใช้อาจกลายเป็นอนุสาวรีย์ของการศึกษาที่ผิดพลาดได้

นายชูชีพ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนมีข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ ขอให้เปิดเผยรายงานฉบับเต็ม ตั้งผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระมาศึกษาอย่างเป็นกลางวิเคราะห์ผลเลวร้ายไว้ล่วงหน้า และวิเคราะห์ผลกระทบ รวมถึงเจรจากับผู้ใช้บริการจริงให้ชัดเจน นอกจากนี้ ต้องเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ได้รับความเสี่ยง ทั้งนี้ตนไม่ได้เสนอให้รัฐบาลปิดประตูแลนด์บริดจ์ แต่ย้ำว่าควรศึกษาอย่างรอบด้าน เปิดเผยข้อมูลด้วยความจริงใจ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตรวจสอบ หากจะให้แลนด์บริดจ์เป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจแท้จริง ก็ต้องพิสูจน์ว่าไม่เป็นสะพานภาระให้ลูกหลานต่อไปในอนาคต

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ ส.ว.อภิปรายว่า กรณีที่รัฐบาลตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบกับรายงานฉบับดังกล่าวของกมธ. ตนมองว่าเป็นสัญญาณให้ถอยโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากไม่มีโครงการดังกล่าวในคำแถลงนโยบายก็ไม่ควรเดินหน้า เพราะมีผลกระทบต่อพื้นที่ ประชาชน เศรษฐกิจ และไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทั้งนี้ ขอให้เป็นโครงการตัวอย่างที่รัฐบาลจะยุติ เพราะมีความเห็นคัดค้านและข้อท้วงติงจากประชาชน ตนไม่ปฏิเสธการพัฒนา แต่ปฏิเสธการพัฒนาที่สุ่มเสี่ยง ที่ประเมินแล้วไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงตกเหว

Advertisement

ขณะที่ น.ส.อัจราพรรณ หอมรส ส.ว. อภิปรายว่า ตนมองว่าควรทางเชื่อมมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อเป็นทางเลือกของเส้นทางเดินเรือ จากเดิมที่มีเส้นทางเดินเรือที่ช่องแคบมะละกาเท่านั้น ทั้งนี้ ในอนาคตจากความขัดแย้งทางภูมิภาคอย่าคิดว่าจะปิดช่องแคบมะละกาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าเป็นโอกาสและมีข้อเสนอแนะขอให้รัฐบาลระวังทุนต่างชาติและความมั่นคง โดยเฉพาะการให้ทุนต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว อย่าปล่อยให้ต่างชาติตั้งฐานทัพในพื้นที่ และ รัฐบาลต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมากกว่าปัจจุบัน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องทางนโยบาย แม้ไม่เคยหาเสียง หรือไม่ปรากฎในคำแถลงนโยบาย แต่รัฐบาลสามารถทำได้ เพราะนโยบายไม่ใช่การกระทำทางการปกครองที่ต้องมีฐานอำนาจตามกฎหมายก่อนเริ่มคิดหรือเริ่มทำ เป็นคนละเรื่องที่รัฐบาลไม่ทำตามคำแถลงหรือสัญญาประชาชน ทั้งนี้ อย่าให้การทำโครงการขัดกับรัฐธรมนูญไม่ว่าจะประเมินคุ้ม จะสร้างหรือไม่ต้องฟังเสียงประชาชนให้รอบด้านเพื่อให้การตัดสินใจเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน” น.ส.อัจรพรรณ กล่าว