รองโฆษกรัฐบาล เผย ยกมาตรฐานใช้ ‘โดรน’ เพิ่มระบบอบรม-ขึ้นทะเบียน-ขออนุญาตบินออนไลน์ รองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์-เทคโนโลยีอนาคตอย่างปลอดภัย มีผลบังคับใช้ 17 พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศใหม่ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือ โดรน ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม สามารถปฏิบัติการบินแตกต่างไปจากเงื่อนไขเดิมที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและรองรับการใช้โดรนในกิจกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.นี้ เป็นต้นไป
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การปฏิบัติการบินลักษณะดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Specific Category หรือการบินที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงและได้รับอนุญาตจาก กพท. ก่อนดำเนินการบิน โดยเฉพาะการใช้งานเชิงพาณิชย์ การถ่ายทำ การสำรวจ การบินในพื้นที่เฉพาะ หรือการบินที่แตกต่างจากข้อกำหนดทั่วไป
โดยสาระสำคัญของประกาศฉบับใหม่ ได้แก่ การกำหนดให้ผู้บังคับโดรนต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่ กพท. รับรอง เพื่อให้มีความรู้ด้านกฎหมาย กฎจราจรทางอากาศ มาตรการความปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยงในการบิน รวมถึงต้องมีสิทธิทำการตามประเภทของอากาศยานที่ใช้งาน นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบการขึ้นทะเบียนอากาศยานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกำหนดให้โดรนทุกลำต้องมีหมายเลขทะเบียนติดบนลำตัวอย่างชัดเจน โดยใช้รูปแบบมาตรฐาน XX-NN-NN-NNNN ตัวอักษรและตัวเลขต้องเป็นตัวพิมพ์ สีตัดกับพื้น และมีความสูงมากกว่า 0.3 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตาม
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ประกาศดังกล่าว กำหนดให้ผู้ขออนุญาตบินต้องยื่นข้อมูลแผนการบินผ่านระบบออนไลน์ในแต่ละครั้ง ระบุวัตถุประสงค์ วัน เวลา พื้นที่หรือพิกัดบิน รายชื่อผู้ควบคุม และเอกสารประกันภัย โดย กพท. อาจกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น คู่มือการบิน แผนบริหารความเสี่ยง หรือการสาธิตการบินก่อนอนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติการบินเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งนี้ กฎใหม่ปี 2569 มีสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงจากกฎเดิมปี 2558 หลายประการ ได้แก่ เดิมไม่บังคับอบรม ปัจจุบันกำหนดให้ผู้บังคับโดรนต้องผ่านหลักสูตรที่ กพท. รับรอง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เดิมไม่มีระบบทะเบียนตัวโดรน ปัจจุบันต้องขึ้นทะเบียนและติดหมายเลขบนลำตัวทุกลำ เดิมไม่ต้องขออนุญาตทุกครั้ง ปัจจุบันต้องยื่นแผนบินและรออนุมัติจาก กพท. ก่อนทำการบิน อายุใบอนุญาตเดิม 2 ปี ปรับเป็น 5 ปี และต้องต่ออายุล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน เดิมยื่นเอกสารแบบกระดาษ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด หลักเกณฑ์ประกันภัยยังคงกำหนดวงเงินคุ้มครองบุคคลที่สามไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้งเช่นเดิม
สำหรับผู้ได้รับอนุญาตเดิมภายใต้กฎปี 2558 ยังสามารถใช้สิทธิเดิมได้จนกว่าจะสิ้นอายุ แต่หากต้องการปฏิบัติการบินในลักษณะที่เข้าข่าย Specific Category ตามประกาศใหม่ จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่เพิ่มเติม
“รัฐบาลสนับสนุนการใช้โดรนเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม การเกษตร สื่อสร้างสรรค์ และภาคธุรกิจยุคใหม่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย มาตรฐานสากล และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีร่วมกันอย่างยั่งยืน” น.ส.ลลิดา กล่าว

