นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงันผิดกฎหมาย พบอิสราเอลใช้คนไทยเป็นนอมินี สั่งสอบเส้นทางเงิน ขอโทษแทน รองโฆษกรบ. แถลงครม.อนุมัติหลักการอนุสัญญา 2 ฉบับ ให้คนต่างด้าวทำธุรกิจไม่ต้องขออนุญาต ทำเข้าใจผิด แจงแค่ลดขั้นตอน-ซ้ำซ้อน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49% เปอร์เซ็นต์
ต่อมาเวลา 14.09น.วันที่ 13 พ.ค.ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ที่ลงพื้นที่ติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว ในการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะริมชายหาด
โดยนายกฯ เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ต.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เทเลอร์ วิลล่า จำกัด โดยล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรี ร่วมคณะ เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงัน บริเวณด้านหน้าพูลวิลล่า ที่พบมีการก่อสร้างผิดกฎหมาย ซึ่ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร.รายงานเรื่องการก่อสร้างพูลวิลล่า ที่ก่อสร้างผิดกฎหมาย มีชาวอิสลาเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่า ผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ หากถือหุ้นถือว่าผิดหลักที่ต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย ซึ่งตัวเองทราบดีว่ากระทำผิด เพราะไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างเพื่อซื้อที่ดิน หลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต นายกฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล ที่เพิ่งส่งมาและอยากให้ได้ทำงานเร็ว จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ซึ่งตนได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแล้วว่าเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรค มีกระทรวงที่เขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น โดยให้แต่ละท่านไปรับผิดชอบงาน จึงต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

เมื่อถามว่า มติดังกล่าว ไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติ จะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของ รมว.พาณิชย์ เพราะซ้ำซ้อน ส่วนกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯคงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทย ไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาต จากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาตก่อน โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาต ที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก
เมื่อถามว่า เรื่องนอมินิเกาะพะงัน ได้มีการกำชับอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือไม่ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเอง วันนี้เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ซึ่งต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย
แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย และใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยยังต้องมีหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทย ค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติ เป็นคนกำหนดเรา ก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้

เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษาบริษัทกฎหมายบริษัทในการทำบัญชีในการทำงาน มีผู้ก่อตั้ง 7 คน ต้องเป็นคนไทยต้องใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ปรับบริษัทมาหลายอันคนๆหนึ่ง ถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือ การเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น 1 ในสายงานของตำรวจ คือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้ เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯเดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ และเดินดูชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาด น้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนจะทักทายพูดคุยกับชาวบ้านที่เอ่ยชวน นายกฯ มาตกหมึก อย่างเป็นกันเอง โดยนายกฯตอบว่า “วันนี้ไปไม่ได้ เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่จ.ภูเก็ตต่อ” ก่อนที่ชาวบ้านบอกอีกว่า ปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯจึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า “หรอยแรงๆ”
ทั้งนี้ระหว่างพูดคุยกับชาวบ้านนายกฯ ถามว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และรู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร ชาวบ้านตอบว่า ปลาหมึก ปลาทู แต่นายกฯหยอดมุขตอบกลับว่า “ปลาอินทรีย์”


