‘พริษฐ์’ อัด ‘อนุทิน’ ไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ภท.ได้ประโยชน์จากรธน.60 เตือน ระวังความรู้สึก ปชช. เย้ย อายุรัฐบาลไม่รู้ว่าจะสั้นหรือยาว จี้ทำโรดแมปให้ชัด
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน(ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ผลการทำประชามติไม่ผูกพันกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างอยู่ ว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีสะท้อนถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการทำประชามติของประชาชนที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีพยามปฏิเสธความรับผิดชอบโดยระบุว่าเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ตนมองว่านายกฯ และ ครม. ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ เพราะผลประชามติเป็นคำสั่งของประชาชนผูกพันกับทุกองค์กร แม้จริงอยู่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นจากรัฐสภา แต่ ครม.มีอำนาจในการยืนยันร่างเดิมหรือการเสนอร่างฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของสภา
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ครม. กับ พรรคการเมืองซีกรัฐบาลในสภา ไม่ได้แยกขาดกันชัดเจน เพราะนายอนุทินนอกจากจะเป็นนายกฯ แล้ว ยังมีสถานะเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภา จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นอกจากนี้ การทำประชามติก็เป็นผลมาจากมติของ ครม. ชุดที่แล้ว ซึ่งไม่ได้ต่างจาก ครม.ชุดปัจจุบันมากนัก นายอนุทินจึงมีหน้าที่เดินหน้าตามคำสั่งของประชาชน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรนั้น ครม.มีสองทางเลือก คือ 1.มีมติให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ได้ไปต่อ ซึ่งเป็นร่างของพรรคภท.และพรรคปชน. 2.หากไม่ยืนยันร่างเดิมก็ต้องมีโรดแมป ที่ชัดเจนถึงเหตุผลไม่ยืนยันร่างเดิมคืออะไร และจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เห็นคือรัฐบาลไม่ทำทั้งสองอย่าง ตอกย้ำถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล จึงอยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯว่า ความไม่จริงใจแบบนี้ขอให้ระวังความรู้สึกประชาชน ตนตั้งข้อสังเกตว่าที่นายกฯไม่อยากให้กระบวนการนี้เดินหน้าเพราะนายกฯและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยเฉพาะประโยชน์จากการเอื้อให้มีการฮั้วส.ว. ไม่ว่าจะจะมีข้อสงสัยอย่างไรประชาชนก็ไม่สามารถเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้ รวมถึงมีช่องโหว่ที่ประธานสภาสามารถปัดตกการยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่“
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้ผลประชามติจะไม่มีผลผูกพันกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใด แต่ก็ผูกพันกับทุกภาคส่วน ว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สังคมมีปัญหากับท่าทีของนายกฯ มากที่สุด คือการที่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ส่วนสาเหตุที่ ครม.ไม่ยืนยันร่างของพรรคปชน.ตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพราะร่างเดิมที่ค้างอยู่เป็นของพรรคประชาชนและพรรคภท.หากครม. มีมติยืนยันก็จะมีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อให้รวมร่างเป็นฉบับเดียว
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายนิกร จำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท. ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ต้องรีบทำ ควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกปัญหาของประเทศต้องแก้ไขควบคู่กันไป ตนหวังว่าเราจะมีรัฐบาลที่มีศักยภาพทำได้มากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าควบคู่ไปกับแก้ปัญหาปากท้องได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถปราบโกงได้จริง ทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรจากปัญหาทุจริต และหากรัฐบาลจะบอกว่าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปลายสมัยรัฐบาล ตนก็อยากถามกลับว่าจะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่ปลายสมัยรัฐบาล เราไม่รู้หรอกว่ารัฐบาลจะมีอายุสั้นหรือยาวแค่ไหน
เมื่อถามย้ำถึงข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์ กล่าวว่ายิ่งนายกฯแสดงความไม่จริงใจเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุผลที่แท้จริงเพราะเครือข่ายของพรรคภท. ยังคงได้ประโยชน์ ทั้งเรื่ององค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซง จากกลุ่มก้อนทางการเมือง และที่มาของวุฒิสภาที่ได้มาจากการฮั้ว
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็จะผ่านได้ยากใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เสียงของประชาชนชัดเจนแล้วว่าอยากให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติต้องเคารพมติของประชาชน อย่างที่นายกฯพูดว่าเป็นคำสั่งของประชาชน
เมื่อถามอีกว่า พรรคปชน. มีแผนที่จะเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อยากเห็นความชัดเจนของรัฐบาลซึ่งพรรคปชน.จะใช้เวทีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมนี้ ทวงถามว่า ครม.จะให้คำมั่นสัญญากับประชาชนได้หรือไม่ ว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อไหร่และจะมีโรดแมปและกรอบระยะเวลาอย่างไร อย่างไรก็ตามพรรคปชน. มี ส.ส.เกือบ 120 คนในสภา เราสามารถเสนอร่างเข้าไปได้อยู่แล้วและพร้อมจะพิจารณาร่างอื่นที่มีการเสนอเข้ามา ทั้งจากสสและภาคประชาชน

