จูรี จี้ พณ. คุมค่าจีพี แพลตฟอร์มออนไลน์ หลังถูกรีดกำไร จนกระทบผู้บริโภคจากเดิมขายฟรี ยกเคส “แพรรี่” ขายได้ 2.1 ล้าน ต้องจ่ายถึง 7 แสน หากไม่ทำอะไรเลยธุรกิจออนไลน์ก็จะเจ๊งไปทีละราย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการปะชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในการเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ว่า ตอนนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวบ้านที่หากินในโลกออนไลน์ เพราะต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการหากินในโลกออนไลน์คือเส้นเลือดใหญ่สำคัญในระบบเศรษฐกิจของไทย แต่ปัญหาที่ตามมาต่อการเติบโตของโลกออนไลน์คือ เพดานของค่าทำเนียมที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยที่รัฐไม่สามารถเข้าไปควบคุมอะไรได้เลย
นายจูรี กล่าวว่า ค่าธรรมเนียม หรือค่า จีพี ที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บนั้น แท้จริงแล้วก็คือ “ค่าที่” หรือ “ค่าหัวตลาด” ที่ผู้ค้าต้องแบกรับ สมมติชาวบ้านขายของได้ 100 บาท วันนี้ต้องแบ่งให้ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มถึง 30 บาท ขายได้ 1 ล้านบาท ต้องให้แพลตฟอร์มไป 3 แสนบาท จากเดิมขายฟรี ในฐานะที่ตนอยู่กับออนไลน์และหากินมาตั้งแต่แรก เมื่อก่อนเก็บแค่ 2-3% แต่เดี๋ยวนี้เรียกเก็บสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขายได้เท่าไหร่ กำไรทั้งหมดไปกองอยู่ที่แพลตฟอร์ม
“เหมือนคุณแพรรี่ ขายได้ 2.1 ล้านบาท แต่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มถึง 7 แสนบาท ซึ่งเราควบคุมอะไรไม่ได้เลย นี่คือปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน และปัญหาที่ลึกไปกว่านั้นจะส่งผลมากกว่าผู้ค้า คือผู้บริโภค เมื่อขายได้กำไรน้อยก็ต้องเป็นลดต้นทุนทำให้วัตถุดิบราคาต่ำลง เพื่อให้เขามีกำไรเพดานมากขึ้น และจะเป็นหนักไปเรื่อยเรื่อยในวันข้างหน้า” นายจูรี กล่าว
นายจูรี กล่าวต่อว่า ขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ว่า ถ้าท่านสามารถทนเห็นบรรดาผู้ค่าออนไลน์ ผู้ค้า OTOP ต่าง ๆ ค่อย ๆ เจ๊งหรือล้มไปทีละรายได้ ท่านก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ถ้าท่านทนไม่ได้ และไม่อยากให้ภาพนี้เกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ วันข้างหน้าและเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก ท่านจะต้องเข้าไปควบคุมค่าจีพี หรือค่าธรรมเนียมในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่เป็นธรรม ตามสัดส่วนของเปอร์เซ็นต์และประเภทสินค้า

