ปกรณ์ ถก ทูตออสเตรเลีย ดันไทยหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ หนุนเข้าOECD จับมือปราบแก๊งหลอกลวงออนไลน์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แอนเจลา แม็กดอนัลด์ (H.E. Ms. Angela Macdonald) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
นายปกรณ์ กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ที่ได้แสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ชื่นชมบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย พร้อมกับอวยพรเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ในโอกาสที่จะครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งไทยพร้อมสานต่อความร่วมมือกับออสเตรเลีย ในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
ด้านเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย กล่าวว่า ชื่นชมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองประเทศ ทั้งด้านการทหาร วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระดับประชาชน ที่สะท้อนความเป็นหุ้นส่วนทวิภาคีที่เข้มแข็ง
สำหรับประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือ ที่ทั้งสองฝ่ายหารือร่วมกัน คือ
1.การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD) ของไทย ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนด้านเทคนิคของคณะกรรมการ OECD และขอบคุณออสเตรเลีย ที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ภายใต้กรอบความร่วมมือประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-ออสเตรเลีย (Mekong–Australia Partnership: MAP) อย่างต่อเนื่อง และในฐานะที่รองนายกฯเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ขอชื่นชมการสนับสนุนทุนการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลียภายใต้กรอบ MAP ขณะที่ออสเตรเลีย ชื่นชมการบริหารจัดการของไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการทำงานภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
2. การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมของทั้งสองประเทศ โดยรองนายกฯ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริงของไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลให้แก่ประชาชน
และ 3.แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย (Joint Plan of Action to Implement the Thailand – Australia Strategic Partnership) ซึ่งทั้งสองฝ่ายยินดีต่อผลสำเร็จของแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับที่ 1 ปี 2565 – 2568 โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ เศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ซึ่งทั้งสองฝ่ายพร้อมต่อยอดความร่วมมือในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในอนาคต

