หน้าแรก การเมือง เสรีพิศุทธ์ ข...

เสรีพิศุทธ์ ขุดปมเขากระโดง ล่าชื่อส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่นฟันอนุทิน-ไชยชนก 3 ปมร้อนรวด

14.05.26 | 12:22 น.

‘เสรีพิศุทธ์’ ขุดปมเขากระโดงยื่นศาล รธน. ถอดถอน ‘อนุทิน-ไชยชนก’ เปิดหลักฐานหนังสือกรมที่ดิน ชี้ขาดเป็นพื้นที่ของการรถไฟฯ ยกหนังสือสัญญาย้อนถึงยุค ‘ชัย ชิดชอบ’ จ่อล่ารายชื่อ 50 สส.ฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้แถลงข่าวกรณีเตรียมส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและวินิจฉัยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ความเป็นรัฐมนตรี จึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

ทั้งนี้ ในคำร้องดังกล่าวต้องมี ส.ส. ร่วมลงชื่ออย่างน้อย 50 คน ซึ่งพรรคเสรีรวมไทย มี ส.ส.คนเดียว ไม่สามารถทำงานให้พี่น้องประชาชนได้ ต้องขอความร่วมมือจากพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน ซึ่งได้หารือกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง เป็นการเบื้องต้นแล้ว โดยจะเจรจากับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ต่อไป เนื่องจากในคำร้องดังกล่าวได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รวมหลักฐานใน 3 เรื่องพร้อมกัน คือเรื่องที่ดินเขากระโดง เรื่องการนำเงินของพี่น้องประชาชนไปสนับสนุนการแข่งจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2561 และล่าสุดได้อนุมัติงบประมาณอีก 4 พันล้านบาท รวมถึงเรื่องการใช้พื้นที่ผิดกฎหมายในการประชุมสัมมนา แต่เนื่องจากข้อมูลหลักฐานมีมาก จึงได้นำเรื่องที่ดินเขากระโดงยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า สำหรับส่วนหนึ่งของหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีแผนที่ที่ดินเขากระโดง และหนังสือของกรมที่ดิน ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2498 แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ระบุว่า โฉนดที่ดินเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ปัจจุบันกลับมีการสร้างบ้านของผู้มีอิทธิพล รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี และสนามต่างๆ แล้วใครจะบอกว่าผิดหรือไม่ผิด ศาลฎีกา 2 ศาล และศาลอุทธรณ์ 1 ศาล เคยพิพากษาแล้วว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ และขอให้ผู้อยู่ในที่ดินย้ายออกให้หมด

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารบันทึกข้อตกลงระหว่าง นายชัย ชิดชอบ กับเจ้าของที่ดินของการรถไฟฯ เมื่อปี 2513 โดยนายชัยได้รุกล้ำที่เข้าไปทำโรงโม่หิน โดยได้ขอให้ทำบันทึกไว้เพื่อให้กลับมาทำสัญญาเพื่ออาศัยและทำงานในที่ดินต่อได้ แต่หลังจากเดินทางกลับไปจังหวัดสุรินทร์แล้ว ก็ไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลง

Advertisement

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการ 3 กระทรวงในการร่วมรัฐบาลทุกยุคสมัย คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำงบประมาณไปสนับสนุนการใช้สนามแข่งรถจักรยานยนต์ กระทรวงคมนาคม ซึ่งคุมที่ดินการรถไฟฯ เพื่อไม่ให้ฟ้องร้อง อีกกระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทยซึ่งคุมกรมที่ดิน แม้ศาลจะมีพิพากษาแล้ว อธิบดีกรมที่ดินที่ต้องเพิกถอนสิทธิ แต่อธิบดีกลับถูกบีบให้ลาออก เมื่อสมัย นายภูมิธรรม เวชยชัย จากพรรคเพื่อไทยมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็จะมีการเพิกถอน แต่เมื่อ นายอนุทิน กลับมาดำรงตำแหน่ง ก็ได้สั่งโยกย้ายอธิบดีกรมที่ดินอีกครั้ง ส่วนนายไชยชนกนั้น ก็มีที่ดินอยู่ในพื้นที่นี้เช่นกัน เหตุใดจึงไม่คืนไป ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย และต้องถูกถอดถอนด้วยเช่นกัน

“เมื่อจะผลักดันเรื่องนี้หลายคนบอกผมว่า อย่ากวนน้ำให้ขุ่น ขอให้นายกรัฐมนตรีได้บริหารประเทศก่อน แต่ผมมองว่า เสมือนกับจับโจรได้ แต่บอกว่าอย่าเพิ่งส่งตำรวจ ขอให้โจรนำเงินไปเลี้ยงลูกเมียก่อน หากกระทำผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะใช้เวลารวมรายชื่อนานเท่าไร เพราะ ส.ส.ต้องพิจารณาคำร้องก่อน แต่เรื่องนี้มีความชัดเจน เป็นเรื่องของประเทศชาติ ประชาชนต่างก็รู้ว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ แต่หากพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ร่วมลงชื่อ ก็จะเป็นฝ่ายคอยร่วมรัฐบาล คอยแต่ผลประโยชน์ ต่อไปไม่ต้องคบกัน พี่เสรีจะลาออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน  ไปเป็นฝ่ายอิสระเสียงเดียว ถึงเขาไม่สน พี่ก็อ้อมไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินได้ แต่เราทำตามกระบวนการ ไม่ต้องไปพึ่งใคร

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้หากไม่เซ็น ก็จะนำคำร้องยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดี นายอนุทิน นายไชยชนก ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน ในฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และหลังเสร็จเรื่องนี้ ตนเองจะไปแจ้งความกล่าวหาดำเนินคดีกับตระกูลชิดชอบทั้งหมดที่จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีบุกรุกที่ดินเขากระโดง และหากผู้ว่าการรถไฟฯ คนใหม่ยังเพิกเฉย เดี๋ยวจะโดนด้วย