หน้าแรก การเมือง โรมขู่ฟ้อง 15...

โรมขู่ฟ้อง 157 รมว.ยธ.ละเว้นเอาผิด ฮุน โต ปม Huione Pay รุทธพลยันประสานออกหมายแดง ยิม เลียก-เบนสมิธแล้ว

14.05.26 | 14:40 น.

‘โรม’ ขู่ฟ้อง ม.157 หาก ‘รมว.ยุติธรรม’ รู้ว่า ‘ฮุน โต’ เป็นเจ้าของฮุ่ยวันเพย์ แต่ไม่ดำเนินการ ด้าน ‘รุทธพล’ แจงกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ต้องมีข้อมูลรองรับถึงจะเอามาเปิดเผยในสภาได้ เผยประสานออกหมายแดงจับ ‘ยิม เลียก-ภรรยา, เบน สมิธ -ภรรยา’ แล้ว

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามทั่วไป โดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน (Huione) โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี

นายรังสิมันต์กล่าวว่า จากผังของตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับการสืบสวน ผังการฟอกเงิน หรือสกายฟอล โดยบริษัท ฮุ่ยวัน เพย์ (Huione Pay) มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับทุนเทาในกองทุน CAI สิ่งที่ตนอยากได้คำตอบคือ ตกลงแล้วความคืบหน้าของคดีความนายเบน สมิธ ที่ปัจจุบันมีการออกหมายจับไปแล้ว ได้มีการออกหมายแดง หรือขอ Silver Notice เพื่อจะนำไปสู่การสืบต่อไปจากอินเตอร์โพลหรือไม่ และจะมีการขยายผลไปถึงนักการเมือง เครือข่ายทางการเมืองที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็น ส.ส. บางคนเป็นอดีตนายกฯ ท่านจะมีการขยายผลในคดีนี้ต่อไปอย่างไร

พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเครือข่ายนายเบนสมิธ และฮุ่ยวัน เพย์ คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนายยิม เลียก มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งการปราบปรามสแกมเมอร์มี 2 ส่วนในการดำเนินการ คือคดีอาญาและการยึดทรัพย์ ซึ่งการดำเนินคดีอาญามี 3 คดี คือ 1.มีการออกหมายจับเครือข่ายนายยิม เลียก และภรรยา พร้อมพวก 42 คน จับกุมผู้ต้องหา 30 คน คดีนี้ได้ส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษ แต่นายยิม เลียก และภรรยาหลบหนี ขณะเดียวกันได้ประสานอินเตอร์โพลออกหมายแดงต่อ 2.คดีนายเบน สมิธ และภรรยา คดีฉ้อโกง หลอกลวงลงทุน 900 ล้านบาท ปอศ.ออกหมายจับและประสานอินเตอร์โพลเพื่อออกหมายเลขประกาศจับกุมต่อไป และ 3.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร้องทุกข์ 5 คน มีนายยิม เลียก-นางวิรินยา ยิมจ์-นายเบน สมิธ-น.ส.แคทธารียา บีเวอร์-นางสุภารัตน์ สง่าเมือง ในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน โดยได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อส่งฟ้องสำนวนไปยังอัยการและศาล

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวต่อว่า การยึดอายัดทรัพย์ที่กระทำผิดมูลฐาน 2 ครั้ง ครั้งแรก ปปง.มีคำสั่งยึดทรัพย์สินของนายยิม เลียก และภรรยา นายเบน สมิธ และภรรยา พร้อมพวก 68 รายการ เป็นจำนวนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และครั้งที่สองศาลได้สั่งยึดอายัดไว้ 34 รายการ มูลค่า 8.2 พันล้านบาท โดย ปปง.ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งสิ้น 103 รายการ เป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาทเสร็จแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ละขั้นตอน หากเสร็จสิ้นจะประกาศในราชกิจจาเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้อง ขอคุ้มครองสิทธิต่อไป

Advertisement

รมว.ยุติธรรมชี้แจงต่อว่า การดำเนินการกับ Huione Pay เป็นการดำเนินการของ ปอท. มี 3 หน่วยงานร่วมดำเนินการ ข้อมูลจะต้องมีการรวบรวมจากกองปราบปราม-ปอศ.-ปอท. แต่เห็นว่าในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจควรดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เพราะการติดตามผลคืบหน้าจะได้มีความชัดเจน และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยคดีของฮุ่ยวันเพย์ มีการจับกุม หลังจากผู้เสียหายอายุ 75 ปี ได้แจ้งความต่อ ปอท. เบื้องต้นได้ยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 46 ล้านบาท ปัจจุบันพนักงานสืบสวนมีความเห็นสมควรส่งฟ้อง ได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา

“ข้อจำกัดในคดีนี้คือประเทศกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลรายละเอียดผู้ถือหุ้นของฮุ่ยวันเพย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชาให้กับทาง ปอท. จึงเป็นเหตุไม่สามารถติดตามในรายละเอียดได้เท่าที่ควร เราสามารถดำเนินการได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย” พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจง

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ถามว่า ผ่านไปแล้ว 9 เดือนยังไม่มีความคืบหน้า ในการขยายผลเกี่ยวกับเครือข่ายฮุ่ยวันเพย์ เพื่ออายัดทรัพย์เอามาคืนให้กับผู้เสียหาย และตอนนี้มีรายงานข่าวออกมาแล้วว่าฮุ่ยวัน เพย์ ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชาปิดตัวแล้ว มีการแยกย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินแล้ว ถ้าเรายังทำงานช้าแบบนี้จะเอาเงินมาคืนให้กับประชาชนได้อย่างไร ข้อมูลที่ชี้แจงมาไม่มีอะไรใหม่เลย ทั้งที่คาดหวังว่ารัฐมนตรีจะตอบให้ตรงประเด็นกว่านี้ว่ามีการขยายผลกับฮุ่ยวัน เพย์อย่างไร

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ส่วนหมายแดงอินเตอร์โพล์จับนายยิม เลียก และภรรยา กับนายเบน สมิธ และภรรยา เคยได้รับคำตอบตั้งแต่ก่อนยุบสภา จนถึงปัจจุบันนี้ยังเป็นคำตอบเดิม ตกลงอาชญากรเราไม่จำเป็นต้องเอาจริงเอาจังในการทำงานเชิงรุกจริงหรือ สิ่งที่สภาแห่งนี้ควรจะได้รับคำชี้แจงจากท่านคือตกลงแล้วไม่ใช่แค่การประสานงาน แต่ออกหมายแดงได้แล้วหรือยัง และต้องการทราบกรณีฮุ่ยวัน เพย์ ไม่ต้องดูหรือว่าใครเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้

“การอ้างว่านายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้ จนถึงวันนี้มีการออกหมายจับหรือดำเนินคดีหรือไม่ หรือตามข้อมูลที่ชี้แจงอาจจะเป็นแค่ตัวเล็กตัวน้อย ตกลงแล้วจะมีการออกหมายจับนายฮุน โต และออกหมายแดงจับด้วยหรือไม่ หรือการทำลายเครือข่ายสีเทา หรือนักการเมืองสีเทาที่บางคนยังอยู่ในสภาแห่งนี้ บางคนอยู่นอกสภา” นายรังสิมันต์กล่าว

พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า เรื่องการดำเนินการกับแพลตฟอร์มฮุ่ยวัน เพย์ สอท.ได้ตรวจพบบริษัทที่ทำธุรกรรมกับฮุ่ยวัน เพย์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีกว่า 70 คดี ซึ่งมีความเสียหาย 193 ล้านบาท และได้ตรวจค้น 5 จุดใน จ.สมุทรปราการ จับผู้ต้องหาได้ 1 คน และจะได้สืบสวนต่อไป ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนที่จะนำขึ้นสู่ศาล ไม่สามารถนำมาจากแชท GTP ได้

“ส่วน นายฮุน โต ที่เป็นผู้ถือหุ้น โดยหลักฐานรายละเอียดที่จะนำมาพูดในสภาได้ ต้องมีข้อมูลที่ยืนยันรองรับได้ และการทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหรือนักการเมืองไทย ยืนยันว่าทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการเรื่องการปราบปรามในเรื่องนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดขึ้นมาดำเนินการ แล้วจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขอข้อมูลจากสมาชิก เพื่อผลประโยชน์ของชาติต่อไปและจะติดตามหมายอินเตอร์โพล” พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจง

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้ายว่า พร้อมให้ข้อมูล หรือพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาที่รัฐสภา ตนพร้อมนำข้อมูลพยานหลักฐานมาให้ ยืนยันไม่กั๊กข้อมูล พร้อมให้ความร่วมมือ และกังวลว่ารัฐมนตรีรับทราบว่านายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฮุ่ยวัน เพย์ แต่ไม่ดำเนินการเอาผิดอาจจะกลายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งหากรัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำ ตนก็พร้อมที่จะเอาจริงกับเรื่องนี้แน่นอน