หน้าแรก การเมือง ณัฐชา พาเกษตร...

ณัฐชา พาเกษตรกร 19 จว.บุกสภา จี้รบ.จัดการปลาหมอคางดำ ส.ส.ชลบุรีเผย นทท.ไม่กล้าเล่นน้ำทะเลแล้ว

14.05.26 | 15:21 น.

‘ณัฐชา’ พาเกษตรกร 19 จังหวัด เรียกร้องรัฐบาล หลังปลาหมอคางดำระบาดหนักอีกรอบ เผยผ่านมาหลายเดือนแล้วยังไร้คนรับผิด ด้าน ‘ยอดชาย’ ส.ส.ชลบุรี เผยต้องแจงวุ่น พบในทะเลจน นทท.ไม่กล้าลงน้ำ ขณะ ตัวแทนเกษตรกรขู่ยกระดับบุกทำเนียบ ถ้าไม่แก้ปัญหาภายใน 30 วัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคประชาชน พร้อมกับ ส.ส.พรรคประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบกับปลาหมอคางดำ รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายเกษตรกร 19 จังหวัด ซึ่งเป็น 19 จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ

นายณัฐชากล่าวว่า ขณะนี้ปลาหมอคางดำเป็นเรื่องที่วนเวียนกลับมาอีกครั้ง ตนเคยทวงถามในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และเคยยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่แล้วหรือรัฐบาลนี้ และเคยเรียกร้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่จะมาดูแลเรื่องงานวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับการกำจัดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ และกระทรวงมหาดไทยที่ต้องเร่งดำเนินการไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งทุกวันนี้ประชาชนได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น เช่น ในบ่อกุ้งที่ประชาชนเลี้ยงพบว่ามีปลาหมอคางดำมากกว่า 10 กิโลกรัม, บ่อปลากะพงที่เป็นปลานักล่าก็ล่าไม่ไหว มีแต่ปลาหมอคางดำอยู่เต็มบ่อ ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี มีความวิตกกังวลในเรื่องของปริมาณและเรื่องปลาหมอคางดำที่เข้ามาตลอดแนวชายฝั่ง หรือแม้กระทั่ง จ.สงขลา แหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่ทะเลสาบสงขลา ที่ยังเป็นห่วงอย่างยิ่งว่ากำลังจะถูกรุกรานจากปลาหมอคางดำ

นายณัฐชากล่าวว่า เราเคยนำเสนอไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่ได้รับการตอบกลับและมีการพูดคุยไปถึงเรื่องของรัฐบาลกำลังจะมีการเร่งรัดขออนุมัติงบกลางจำนวนกว่า 6,000 ล้านบาท ไปดำเนินการซื้อปุ๋ยจากต่างประเทศเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกร

“ผมไม่ติดขัดเรื่องการแจกปุ๋ยให้กับเกษตรกร แต่ติดขัดคือปุ๋ยที่นำมาแจกนั้นนำมาจากที่ใดในเมื่อเกษตรกรชาวประมงผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังคงตกอยู่ในความลำบากในเรื่องของปลาหมอคางดำ ท่านไม่มีแม้แต่มาตรการที่หันมาเหลียวแลเกษตรกรเหล่านี้ว่าจะมีการกำจัด หรือรับซื้อปลาหมอคางดำไปแปรรูป หรือกำจัด หรือทำปุ๋ยเพื่อส่งต่อไปเป็นปุ๋ยให้กับเกษตรกร หรือเกษตรที่ทำการเพาะปลูก ไม่มีการพูดคุย หรือพูดถึงในเรื่องนี้เลย นี่คือความเจ็บช้ำความเจ็บปวดของเกษตรกรคนไทยอย่างยิ่ง” นายณัฐชากล่าว

Advertisement

ด้านนายปัญญา โตกทอง ตัวแทนเกษตรกรบางขุนเทียน เผยว่า อาชีพของผมคือเลี้ยงกุ้ง เจอปลาหมอคางดำตั้งแต่ปี 2555 หลายปีผ่านไปแล้ว โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องกินยาตาย ผูกคอตายไปหลายคน เวลาจัดสัมมนา มีงานหลายครั้ง มีแต่ท่านผู้รู้ แต่ไม่ใช่ผู้เดือดร้อน รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้อยู่เรื่องเดียวคือใครนำปลาหมอคางดำเข้ามา

นายปัญญากล่าวว่า เรื่องผักตบชวา รัฐบาลยังให้ความสำคัญ แต่ปลาหมอคางดำ งบประมาณไม่ถึง 500 ล้านบาท เราเห็นด้วยหมด แต่ขอให้ทำให้จริง ไม่ใช่ทำไม่จริง ใช้งบจับไปแล้วก็หยุด ปลาหมอคางดำเกิดง่าย รอดมาก โตช้า กินไม่หยุด เพราะไม่มีกระเพาะ หน่วยงานทำแบบไม่มีทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย สะเปะสะปะ รัฐบาลต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้ายังทำงานอยู่แบบนี้ ประเทศไทยจะมีปลาหมอคางดำกินเพียงอย่างเดียว ชายฝั่งทะเลก็โดนไปหมดแล้ว แล้วจะให้ทำอาหาร ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำเสื่อมโทรม ท่านการันตีว่าปลอดภัยหรือไม่ ตนห่วงลูกหลานว่าวันข้างหน้าจะไม่เหลืออะไร

“ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยโดนหมด แต่นายทุนทำผิด ไม่โดนอะไรเลย” นายปัญญากล่าว

นายพีระ วงษ์เจริญ ตัวแทนเกษตรกรภาคตะวันออก กล่าวว่า ความเดือดร้อนมีความรุนแรงขึ้น มาตรการที่พวกเราเคยเรียกร้องรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2568 จนถึงวันนี้ยังไม่พบมาตรการที่จะมาเยียวยาแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวประมงได้เลย เราเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษก็ยังไม่พบ มีการประกาศภัยพิบัติเฉพาะเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แต่เขตอื่นยังไม่มีการประกาศ เราอยากให้มีการประกาศเพราะมันกระจายตัวไปทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้แผนวาระแห่งชาติปี 2567-2570 ไม่สามารถทำงานได้ ประชาชนขาดความมีส่วนร่วมที่แท้จริง

“กลายเป็นระบบราชการสั่งการ เออออห่อหมก ทำกันเอง ใช้เงินงบประมาณสูญเปล่า ต้องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมสัดส่วน 2 ใน 3 เพื่อไปดำเนินการบริหารจัดการตามมาตรการ ใช้ภาคประชาชนเป็นส่วนนำ ภาครัฐเป็นส่วนหนุน

ผู้กระทำผิดต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ถ้าไม่แก้ไขให้เร็วที่สุด เรามีมาตรการที่จะยกระดับให้สูงขึ้น เพราะเราอยู่ไม่ได้แล้ว ภายใต้สภาวะที่วิกฤตซ้อนวิกฤต เราอยู่ไม่ได้ รัฐบาลต้องเข้าใจเรา แล้วพบกันที่ทำเนียบรัฐบาล” นายพีระกล่าว

ด้านนายยอดชาย พึ่งพร ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ที่พัทยาในพื้นที่ก็พบแล้วในทะเล เกิดภาวะการกลัวปลาหมอคางดำ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงน้ำ จึงต้องทำความเข้าใจว่าสามารถทำกิจกรรมในทะเลได้ปกติ เพราะปลาหมอคางดำไม่ทำร้ายคน ขอรัฐบาลทำความเข้าใจสื่อสารกับประชาชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน เพื่อจะไม่กระทบกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ส่วนนายสิทธิพร ลีลานภาศักดิ์ ทนายความ หนึ่งในคณะทำงานคดีปลาหมอคางดำ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่แรก เห็นมาตั้งแต่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ เมื่อได้ลงพื้นที่พบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริง ซึ่งเบื้องต้นได้รับเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือมา 6 จังหวัด และปัจจุบันของ จ.สมุทรสงคราม ได้ยื่นฟ้องในคดีสิ่งแวดล้อมไปที่ศาลแพ่งกรุงเทพฯใต้แล้ว และศาลได้มีคำสั่งรับเป็นคดีแบบกลุ่มแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่ามีคำสั่งเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นหรือไม่ ถ้ารับเป็นการดำเนินคดีแบบกลุ่มก็จะดำเนินการสืบพยานต่อไป หากศาลให้ความเห็นแย้งก็จะเป็นการดำเนินคดีแบบสามัญ หรือแบบแยกเป็นรายบุคคล โดยหลังจากนี้จะเป็นการฟ้องร้องคดีในส่วนจังหวัดที่เหลือ

ขณะที่นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวย้ำว่า ในสมัยประชุมที่แล้วตนได้ยื่นญัตติด่วนในเรื่องนี้ผลักดันให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ วันนี้จึงอยากมาทวงถามรัฐบาลอยากเห็นความจริงใจและจริงจังขอรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ หากยังเป็นเช่นนี้วาระแห่งชาติจะสำเร็จชาตินี้หรือชาติหน้า หากทำไม่สำเร็จไม่ใช่ประชาชนและชาวประมงเดือดร้อน หลายคนเสียชีวิตจากปัญหานี้ อีกทั้งปัญหาจะข้ามพรมแดนกลายเป็นเรื่องใหญ่อีก รวมถึงการเยียวยาประชาชน ประกาศเป็นภัยพิบัติที่ยังคาอยู่ในหลายจังหวัด ส่วนผู้กระทำความผิดชาวบ้านร้านตลาดรู้ทั้งหมด แต่หน่วยงานรัฐไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ที่อยากเรียกร้อง ไม่อยากให้ชาวบ้านรู้สึกว่าชาวบ้านทำอะไรก็ผิดแต่นายทุนไม่ผิด อยากให้รัฐบาลรีบเร่งแก้ไขให้ความจริงใจกับการแก้ปัญหานี้ก่อนที่กลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะหายไปจากประเทศไทย

ด้านนายณัฐชากล่าวอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ณ ห้วงเวลานี้ ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงเครือข่ายชาวประมงเคยประกาศและบอกผู้มีอำนาจทั้งหมดไปแล้วว่าจะลุกลามหนักขึ้นกว่าเดิม เปรียบเทียบได้เป็น 2-3 เท่ากว่าช่วงเริ่มต้น เพราะขาดความจริงใจจริงจังจากผู้บริหาร วันนี้ตัวแทนเกษตรกรประกาศชัดว่าขอคำตอบจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรการความช่วยเหลือและคำตอบอย่างชัดเจนจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุดว่าจะมีมาตรการแก้ไขวาระแห่งชาติที่ประชาชนทุกระดับเผชิญอยู่นี้ได้อย่างไร และภายใน 30 วันนี้ขอคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจด้วย

เมื่อถามว่า รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด แต่ทำอะไรไม่ได้ใช่หรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า เราได้ร้อยเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็รู้ว่าใครเป็นผู้นำเข้าและผู้กระทำความผิด แต่ใครที่ไม่รับรู้ นั่นคือหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐเป็นกุญแจสำคัญและกลไกหลักที่จะยืนยันได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้นำเข้า ใครกันแน่ที่เป็นผู้กระทำความผิด ที่เป็นต้นตอ เหมือนที่กรมประมงออกมายืนยันทันทีว่าปลาในกระป๋อง เป็นปลานิล เรื่องนี้กรมประมงก็เป็นคนที่จะยืนยันได้ แต่กรมประมงไม่กล้ายืนยันอะไรเลย กระบวนการทางศาลก็ฟ้องไปแล้ว เมื่อคำตัดสินออกมาก็จะยิ่งชัดขึ้น

นายณัฐชากล่าวว่า วันนี้เราฟ้องหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐแล้วจะเอาความพิพากษาตรงนั้นมายืนยัน ซึ่งในการฟ้องเอกชนเราก็ดำเนินการด้วยในการฟ้องแพ่ง ขณะนี้เอกชนที่เป็นจำเลยก็ดำเนินการคัดค้านอยู่ และอยู่ในชั้นอุทธรณ์