จากกรณี ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศเตรียมเปิดตัวผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ นั้น
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ประเด็นศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน ‘การเมือง กทม.ต้องการผู้นำเพื่อเปลี่ยนโครงสร้าง ชัชชาติหวังเป็นแค่ผู้ว่าฯ หรือคิดใหญ่กว่านั้น’ ผ่านทาง MatichonTV ดำเนินรายการโดย นายกุลพัทธ์ เพิ่มพูล และนายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร
ในช่วงหนึ่ง พิธิกรได้ให้ประเมินภาพรวมการแข่งขันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่กำลังจะมาถึง ว่าเห็นภาพการแข่งขันครั้งนี้อย่างไรบ้าง?
นายสาทิตย์เผยว่า เป็นการแข่งขันที่แปลกประหลาด เพราะคะแนนนิยมคุณชัชชาติโด่งไปถึง 50% แต่ก็ยังมีคนมาลงเยอะ คิดว่ายังไม่จบแค่นี้ วันสมัครคิดว่าน่าจะมีมาอีก เผลอๆ มีชื่อเซอร์ไพรส์โผล่มาด้วย คาดเดาอย่างนั้น มองอย่างมุมคนภายนอกของคุณชัชชาติยังไงก็กินหวานอยู่แล้ว
“แต่ในข้อเท็จจริงผมคิดว่า คนคาดว่าโหวตเตอร์ในกรุงเทพฯจะรับความคิด ความอ่าน ผ่านกระแสต่างๆ ได้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าผู้สมัครคนใดก็ตาม อาจจะเป็นคนที่ยังไม่เปิดตัวตอนนี้ หรือคนที่เปิดตัวแล้ว เกิดสร้างกระแสให้กับคนกรุงเทพฯ มองว่ามีโอกาส สนามแข่งผู้ว่าฯกทม. จะสนุกตอนดีเบต ต้องทำดีเบตดีๆ และคนที่เข้ามาจะมีอะไรที่ชาเลนจ์คุณชัชชาติเยอะมาก
เพราะคุณชัชชาติครั้งที่แล้วเรียกได้ว่า ‘ม้วนเดียวจบ’ แล้วการดีเบตถือว่าได้เปรียบ แต่รอบนี้คุณชัชชาติทำงานมาแล้ว 4 ปี มันก็วิจารณ์ได้ในหลายเรื่อง ซึ่งบางอย่างอาจจะไม่มีการพูดถึงตอนนี้ แต่จะขึ้นมาตอนดีเบต ส่วนเวที ส.ก. ผมว่าเข้มข้นแน่นอน ประชาธิปัตย์เราส่ง ส.ก.ครบ” นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าดูการทำงานของคุณชัชชาติ ดูเหมือนเราไม่เห็นว่าจุดบกพร่องใหญ่ๆ คืออะไร แต่งานที่ทำ เหมือนงานรูทีนทั่วไป เหมือนปลัด กทม.คนหนึ่ง แต่บังเอิญเป็นปลัดที่สื่อสารดี เข้าถึงชาวบ้าน เว้นถ้าใครก็ตามที่นำเสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้ กทม.ก้าวไปได้อีกจุดหนึ่ง ซึ่งปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง

ประเมินบทบาท อ.ชัชชาติอย่างไร ถ้ามองว่าหากไปต่อสมัยที่ 2 อาจเป็นจุดที่จะได้เฉิดฉาย และจะฉายไปเพื่อโอกาสข้างหน้าหรือเปล่า ?
นายสาทิตย์เผยว่า เริ่มมีความรู้สึกว่าคุณชัชชาติวิธีการเล่นการเมืองไม่ธรรมดา มาถึงจุดนี้ได้ รอบที่ 2 ก็จะลง-ไม่ลง ไม่พูดให้ชัด รอจังหวะ ไม่ส่งทีม ส.ก. และรับรู้มาว่าแวดวงคนใกล้ชิดมีการติดต่อ ส.ก.กลุ่มต่างๆ ไว้อย่างนี้
“ถ้าเกิดมีโอกาสดีเบต ถ้าเป็นผู้สมัคร ผมจะถามว่าผู้ว่าฯพูดได้ไหมครับ ว่าท่านจะเล่นแค่เป็นผู้ว่าฯกทม.? และไม่ไปการเมืองใหญ่ เพียงแต่สงสัยเท่านั้นเอง คุณชัชชาติทำการเมืองในฐานะผู้ว่าฯกทม. ด้วยความต้องการที่จะก้าวไปสู่การเมืองอีกจุดหนึ่งหรือเปล่า? หรือตั้งใจทำเพื่อการเมือง กทม.อย่างเดียวจริงจัง เป็นคำถามในใจเฉยๆ” นายสาทิตย์กล่าว
นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า ถ้ามาลงสู่การเมืองใหญ่จริงๆ มันจะสังกัดพรรคการเมือง ตอนนี้ก็จะมีความรู้สึกว่า คุณชัชชาติจะมีการวางตัวค่อนข้างห่าง ห่างจากพรรคการเมืองคนอื่นๆ ถ้าไปการเมืองใหญ่จริงๆ ก็จะมีความเป็นพรรคการเมืองขึ้นมา ก็จะเปลี่ยนไปแล้ว
“โจทย์ที่ผมตั้งว่า จริงๆ คุณชัชชาติคิดแค่เป็นผู้ว่าฯ หรือคิดใหญ่กว่านั้น? คือ ‘เขาคิดได้ และเขาเป็นได้ด้วย’ เป็นแคนดิเดตก็เคยเป็นมาแล้ว แต่ว่าโจทย์ตรงนี้มันก็จะท้าทายมากถ้าเกิดคุณลงสมัย 2 ในฐานะผู้ว่าฯ เพื่อไม่ให้เป็นสปริงบอร์ดนะ แต่เพื่อมาทำ กทม. แนวคิดของคุณต้องมีความชัดเจนด้วย” นายสาทิตย์กล่าวทิ้งท้าย


