โปรดเกล้าฯณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้าน ให้คำมั่นแก้ รธน. ‘ภราดร’ แจงไม่ยันร่างเดิม พท.มุ่งปากท้องก่อน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวภายหลังเข้าพิธีรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมว่า ขอให้คำมั่นสัญญาจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎร ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา โดยยึดถือผลประโยชน์สูงสุดประชาชน ทำหน้าที่ในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระต่างๆ ให้ปราศจากการถูกครอบงำ จะเร่งเดินหน้ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน ที่ได้ลงประชามติ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าไม่ให้ความสำคัญกับเสียงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง ที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลัง ครม.ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมาว่าไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เคยเป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การยุบสภา เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “หากรัฐบาลยืนยันร่างกลับไปอาจคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภา คงไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนยุบสภา และเชื่อว่าวาระ 3 ก็คงไม่สามารถโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่งผลให้เสียเวลา เพราะจะไม่สามารถเสนอญัตติที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกภายในสมัยประชุมเดียวกัน และอาจทำให้เจตนารมณ์ของผู้ที่ออกไปทำประชามติเสียไป” นายภราดรกล่าว
นายภราดรกล่าวว่า เมื่อมีสภาชุดใหม่ จึงเป็นเหตุอันชอบธรรมที่ ส.ส.และพรรคการเมืองจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยพรรคภูมิใจไทยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พฤษภาคม ขณะนี้ได้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว หากที่ประชุมพรรคเห็นชอบ จะใช้รายชื่อ ส.ส.ของพรรค 192 คน เสนอร่างแก้ไขเพียงพรรคเดียว เนื่องจากมีจำนวนเพียงพอตามเงื่อนไข 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ เนื้อหาหลักของร่างใหม่ จะไม่นำประเด็นปัญหาในร่างเดิมกลับมาเขียนไว้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันและสามารถเดินหน้าต่อได้ พร้อมกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกผ่านกลไกรัฐสภา โดยเปิดให้ผู้สนใจสมัครเข้ามา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจุดยืนของพรรคยังเดินหน้าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า เรายังยืนยันสิ่งที่เราได้พูดไว้ เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพราะมีการทำประชามติมาแล้ว อย่างไรก็ตามเราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ เพราะจากเหตุการณ์ครั้งก่อน แสดงให้เห็นว่าต้องได้ข้อสรุปที่ตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ดังนั้น ควรมีการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้อยู่ในร่องรอยเดียวกัน ตนมองว่ายังมีอุปสรรคในการแก้ไขอยู่ ฉะนั้นต้องมาพูดคุยแล้วยกร่างฯ ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และผลักดันได้จริง ซึ่งสิ่งที่ตนพูดมาตลอดคือ พรรคเราอยู่กับความเป็นจริง ต้องยอมรับว่าในนาทีนี้ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนสำคัญที่สุด

