หน้าแรก การเมือง เท้ง ถามรัฐบา...

เท้ง ถามรัฐบาล ใช้หลักคิดอะไร ปัดตกกฎหมายหลายฉบับ หรือหวั่นกระทบนายทุน-กองทัพ

15.05.26 | 11:31 น.

‘เท้ง’ จี้ รัฐบาล ตอบให้ชัดหลังปัดตก กม.หลายฉบับ ถาม ตกลงอำนาจพิจารณากม.อยู่ที่รัฐบาลหรือรัฐสภา หลัง ‘ภราดร’ อ้าง ถึงยืนยันร่างแก้รธน.กลับเข้ารัฐสภา ยังไงก็ตก เหน็บ หรือไปคุยหลังบ้านมาแล้วถึงมั่นใจว่าทั้ง 34 ฉบับที่ส่งกลับมาจะผ่าน อัด กติกาสูงสุดของประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจรัฐบาล-ระบอบสีน้ำเงิน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า เนื่องจากมีร่างพ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิให้ความเห็นชอบและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เพราะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ว่าให้ในกรณีที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่าง พ.ร.บ.ที่สภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปได้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณีพิจารณาต่อไป หากรัฐสภาเห็นชอบด้วยก็ให้รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณีพิจารณาต่อไปได้ แต่ ครม. ต้องมีมติร้องขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่ที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมและวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ครม. ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างพิจารณาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาข้างต้นแล้วมีมติให้ร้องขอเพื่อให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจำนวน 2 ญัตติ รวมทั้งสิ้นจำนวน 34 ฉบับต่อไป

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) หารือว่า หากระหว่างที่เปิดให้สมาชิกอภิปรายในร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ญัตติดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะเห็นด้วยกับการยืนยันร่างกฎหมายบางฉบับ และอาจไม่เห็นด้วยกับการยืนยันบางฉบับ ฉะนั้น จึงอยากเสนอกรอบในการลงมติว่าหากระหว่างที่เปิดให้สมาชิกอภิปรายในร่าง พ.ร.บ. หากสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับการยืนยันร่างใดก็อยากให้แยกร่างเหล่านั้นออกมาเป็นหนึ่งกอง เพื่อลงมติแยกในร่างกฎหมายนั้นๆ แต่หากอภิปรายทั้งวันแล้วไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ใด ก็ให้ลงมติทั้งหมด 34 ฉบับเลยครั้งเดียว เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ลงมติตามเจตนารมณ์ของแต่ละท่าน

นายโสภณ จึงชี้แจงว่า ตนได้หารือกับฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าเราจะฟังไปสักระยะหนึ่ง และจะได้ทราบว่าประเด็นใดหรือร่างใดที่ เพื่อนสมาชิกไม่เห็นด้วยก็จะมีการแยกกลุ่มออกมาเป็นไปในลักษณะทำนองเดียวกับที่นายพริษฐ์เสนอมา เราได้มีการเตรียมการไว้แล้ว

จากนั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. อภิปรายว่า ขอบคุณที่ ครม.มีมติยืนยันกฎหมายทั้ง 34 ฉบับกลับมาให้รัฐสภาพิจารณาว่ากฎหมายฉบับใดบ้างที่เราจะเดินหน้าต่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาให้ความสำคัญคือ กฎหมายที่ถูกครม.ปัดตก สิ่งหนึ่งที่ตนอยากตั้งคำถามถึง ครม. คือเรื่องของหลักการที่พวกท่านใช้พิจารณาว่าตกลงแล้วกฎหมายฉบับใดบ้างที่จะถูกส่งกลับมาหรือไม่ถูกส่งกลับมาและขอยืนยันหลักการสำคัญข้อหนึ่งว่า หลักการพิจารณากฎหมายเป็นอำนาจโดยตรงของรัฐสภา ทั้งนี้ คำถามที่ตนอยากตั้งคำถามและอยากได้ยินคำชี้แจงที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าท่านมีหลักคิดอะไร มีเหตุผลอะไรที่ปัดตกไม่ยอมให้กฎหมายอีกหลายฉบับ เช่น กฎหมายการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย PRTR ร่างพ.ร.บ.โรงงาน ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดิน ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ให้กลับเข้ามาสู่การพิจารณาในรัฐสภา รวมถึงร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ที่ถูกปัดตกเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ตนได้ยินนายภราดรออกมาให้เหตุผลว่า รัฐบาลมีความเห็นว่าหากส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างท่ออยู่ในสภาชุดที่แล้วกลับมา อย่างไรก็คงไม่ผ่านรัฐสภาแห่งนี้ เพราะมีเพื่อนสมาชิกบางส่วนอาจจะไม่เห็นด้วย

Advertisement

“อยากตั้งคำถามต่อรัฐบาลดังนี้ว่า ตกลงแล้วอำนาจในการพิจารณากฎหมายอยู่ที่รัฐบาลหรืออยู่ที่รัฐสภา รัฐบาลสามารถคิดแทนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้จริงหรือ หากเสนอกฎหมายฉบับนี้มาแล้วจะไม่ผ่านเลยปัดตกเลยงั้นหรือ หรือจริงๆ แล้วควรจะเสนอเข้ามาเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ถกเถียงกันว่าตกลงแล้วกฎหมายฉบับใดที่ควรจะได้ไปต่อ หรือไม่ได้ไปต่อ หากท่านจะใช้วิธีเดียวกันกับการปัดตกร่างรัฐธรรมนูญโดยบอกว่าส่งกลับมาอย่างไรก็ไม่ผ่านจึงขอตั้งคำถามกลับไปอีกว่า 34 ฉบับในวันนี้ที่ ครม. มีมติส่งกลับมาท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 34 ฉบับที่ท่านส่งกลับมาในวันนี้จะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือจริงๆ แล้ว 34 ฉบับเหล่านั้น ท่านได้มีการพูดคุยหลังบ้านหมดแล้วทั้งสภาล่างและสภาบนว่าวันนี้อย่างไรก็ผ่านสภาแน่นอน ท่านจึงมั่นใจแน่นอนว่าส่งกลับมาอย่างไรก็ผ่าน ท่านจึงเลือกที่จะส่งกลับมาในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายผมไม่ได้อยากฟังคำตอบจากตัวแทนกฤษฎีกาที่เป็นความเห็นเทคนิคทางกฎหมาย แต่ผมอยากฟังคำตอบจากตัวแทนของรัฐบาลที่ต้องให้ความเห็นทางการเมือง อยากฟังความเห็นที่ท่านเป็นผู้กำหนดนโยบายว่าตกลงแล้วท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการที่จะเลือกหยิบหรือไม่เลือกหยิบกฎหมายใดให้กลับมาพิจารณาในสภาแห่งนี้ หรือจริงๆ แล้วกฎหมายฉบับใดที่จะไปแตะเรื่องโครงสร้างอำนาจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ การคุ้มครองแรงงานที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนที่กำลังมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลของท่านหรือไม่ กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่หลายคนกำลังออกมาตั้งคำถามว่ากำลังจะเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการหรือไม่ อย่างไร รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พวกผมกำลังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ากติกาสูงสุดของประเทศในขณะนี้ กำลังเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาล ให้กับระบอบสีน้ำเงินของท่านหรือไม่ ผมคิดว่านี่เป็นคำถามใหญ่และสำคัญที่ผมอยากฟังคำตอบจากตัวแทนของคณะรัฐมนตรีให้มาตอบชี้แจงในวันนี้มากกว่าคำตอบทางเทคนิคกฎหมาย” นายณัฐพงษ์ กล่าว