หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ ซัด รบ...

พริษฐ์ ซัด รบ. เมินเสียงปชช. ปัดตกร่างแก้รธน. เพราะนายกฯได้ประโยชน์ จับตาร่าง ภท.

15.05.26 | 12:36 น.

“พริษฐ์”ซัดรบ.ไม่จริงใจ ปัดตกร่างแก้รธน.ม.256 สงสัยทำไมไม่ฟังคำสั่งปชช.จากประชามติชี้เป็นเพราะ นายกฯ-รัฐบาล-เครือข่าย ได้ประโยชน์ จาก สว.-กกต.-ป.ป.ช. จับตาร่างแก้รธน. ภท. จะกินรวบอีกหรือไม่ เหน็บที่บอกจะขยับแต่ขอเป็นช่วงท้ายของรัฐบาล รู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงท้าย เชื่ออยู่ได้ไม่นาน จากการฉวยโอกาส ปล่อยให้มีคนรวยกักตุนน้ำมัน

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ว่า ตั้งข้อสังเกตถึงร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีมติยืนยันต่อรัฐสภาคือเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ผลประชามติชัดว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นั้นมีปัญหาที่จะแก้ไขเพียงบางมาตราไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำฉบับใหม่ และนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.เป็นต้นมา ตนคิดว่าสังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 ชัดขึ้นไปกว่าเดิมอีก เราเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานผลล่าช้าคะแนนผิดพลาดสอดไส้บาร์โค้ดเข้าไปในบัตรเลือกตั้ง แต่ประชาชนทำอะไรไม่ได้ เราเห็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ใช้วาระของการครบรอบ 1 ปีที่ตึกถล่ม โดยการออกมิวสิกวิดีโอแทนที่จะแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มรูปธรรม เราเห็นประธานสภาท่านก่อนปัดตกข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับคลิปหลุดระหว่างประธานสภาคนก่อนกับกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เราเห็นของ ป.ป.ช.ออกแถลงการณ์เสมือนกับเป็นการฟอกขาวให้กับอดีตรัฐมนตรีในคดีซุกหุ้น และเราก็เห็น กกต.ขยับเข้าใกล้การเป่าคดีให้กับนายกฯและสมาชิกอีกหลายคนในกรณีการฮั้ว ส.ว.

“ปัญหาของประเทศรุนแรงขนาดนี้เสียงของประชาชนชัดเจนขนาดนี้ แต่รัฐบาลกลับทำตัวนิ่งเฉยปฏิเสธความรับผิดชอบ แล้วบอกว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของรัฐสภา” นายพริษฐ์กล่าว

Advertisement

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ตนทราบดีว่าในเชิงขั้นตอนทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเพิ่มกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไรก็ต้องดำเนินการที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่จะบอกว่า ครม.ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เลยก็คงจะไม่ใช่ เพราะ ครม.มี 2 ทางเลือกคือ 1.มีมติก่อนวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนำเอาสองร่างที่ผ่านวาระหนึ่งไปแล้ว กลับมานำเสนอให้รัฐสภามีมติยืนยันในวันนี้ และ 2.ออกมาประกาศชัดว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร และ ครม.จะเสนอร่างรัฐธรมนูญในนาม ครม.เข้ามาสภาเมื่อไหร่ แต่ปัญหาคือ ครม.ไม่เลือกสักทาง จะยืนยันร่างเดิมก็ไม่ทำแล้วปล่อยให้ตกไปโดยไม่มีคำอธิบายอย่างสมเหตุสมผล จะเสนอร่างใหม่เข้ามาในนาม ครม.ก็ไม่มีความชัดเจนแม้แต่คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้แม้แต่ประโยคเดียว

“ผมตั้งใจฟังข้ออ้างต่างๆ ที่ตัวแทนรัฐบาล และนายกฯหยิบยกขึ้นมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับตามตรงว่าฟังไม่ขึ้นแม้แต่ข้อเดียว โดยนายกฯบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาไม่เกี่ยว ครม. ผมก็งงว่าท่าทีของสภาแห่งนี้จะไม่เกี่ยวกับท่าทีของ ครม.ได้อย่างไร ในเมื่อมี ส.ส.รัฐบาล 300 กว่าคนที่มาจากพรรคที่รวมอยู่ใน ครม.ยังไม่นับ ส.ว.อีก 160 กว่าคน ที่เขาว่ากันว่าได้รับอิทธิพลทางความคิดจากนายกฯไม่น้อย ส่วนข้ออ้างที่สมาชิกจากรัฐบาลบอกว่า รัฐบาลจะขยับเรื่องนี้แน่แต่ขอเป็นช่วงท้ายของรัฐบาลได้หรือไม่ ผมขอถามท่านประธานกลับไปว่า ท่านรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงท้ายของรัฐบาล ผมไม่ใช่นอสตราดามุส แต่ผมรู้ว่ารัฐบาลไหนที่ฉวยโอกาสความเดือดร้อนของประชาชน โดยปล่อยให้มีคนรวยจากการกักตุนน้ำมัน ผมเชื่อว่าอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน” นายพริษฐ์​กล่าว

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนข้ออ้างจากรัฐมนตรีบางคนและ ส.ส.รัฐบาลบางคนว่า ยังขยับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน ตนก็เพิ่งรู้วันนี้ว่าตกลงแล้วประเทศเรามีรัฐบาลที่ทำมากกว่าหนึ่งเรื่องไม่ได้ หากจะอ้างปากท้องประชาชน ตนคงไม่ใช้เวทีวันนี้มาอภิปรายว่าการที่รัฐบาลเอาเงินเยียวยาของประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อยัดไส้สอดไส้โครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาทเข้าไปในพอร์ตแล้วก็ฉบับเดียวกันเพื่อหลีกหนีการตรวจสอบของสภาเป็นแนวทางที่เอาปากท้องของประชาชนมาเป็นตัวตั้งได้อย่างไร ตนเชื่อว่าข้ออ้างเหล่านี้ทางรัฐบาลก็รู้ดีว่าฟังไม่ขึ้น เพราะพอสังคมไม่ซื้อข้ออ้างเหล่านี้รัฐมนตรีก็แก้เก้อโดยการบอกว่า แม้รัฐบาลไม่เสนอร่าง แต่พรรคภูมิใจไทยจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้าเพื่อเคาะและเสนอร่างเข้ามาที่รัฐสภา ซึ่งตนต้องไปจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าร่างนั้นมีเนื้อหาอย่างไร มีข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความพยายามที่จะให้เกิดการกินรวบเนื้อหาของฉบับใหม่หรือไม่

นายพริษฐ์​กล่าวด้วยว่า ตนเกิดข้อสงสัยในหัวว่า หากเรายึดตรรกะของรัฐบาลว่ายังขยับเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน หมายความว่าตอนนี้ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยไม่สนใจเรื่องปากท้องแล้วหรือ ดังนั้นการแก้เก้อเมื่อวาน ตนไม่คิดว่าจะไปหักล้างความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่าการกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้แสดงออกถึงความจริงใจในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาถึงวันนี้ ตนได้ข้อสรุปว่า เหตุผลที่รัฐบาลไม่จริงใจเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลต้องการไปแก้ปัญหาปากท้องก่อน แต่เหตุผลที่แท้จริงก็เป็นเพราะว่านายกฯ รัฐบาล และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 60 ที่เป็นปุ๋ยชั้นดี และแหล่งบ่มเพาะ ระบบตั๋วสีน้ำเงิน ที่เป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

“เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จากกติกาให้ที่มาของ ส.ว.ไม่ได้มาจากประชาชน และเปิดช่องให้มีการฮั้ว ส.ว. เป็นเพราะนายกฯได้ประโยชน์จาก กกต. ที่ไม่ว่าจะจัดเลือกตั้งแย่แค่ไหน จะเป่าคดีนายกฯหรือไม่อย่างไรประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเพราะนายกฯ ได้ประโยชน์จาก ป.ป.ช. ที่ต่อให้นายกฯมีคดีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมี ป.ป.ช.ที่พร้อมออกมาปกป้อง และรู้ดีว่าฝ่ายค้านจะทำอะไร ป.ป.ช.ก็ยาก เพราะเรื่องร้องเรียนจะไปไม่ถึงศาลหากไม่ได้รับการอนุญาตจากท่านประธานรัฐสภา รวมถึงกรณีที่ ครม.ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมตกไป ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชานชนสิ้นข้อสงสัยได้ ว่าพร้อมทำตามคำสั่งประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่า หากรัฐบาลไม่ฟังคำสั่งประชาชนแล้วรัฐบาลฟังคำสั่งใคร” นายพริษฐ์กล่าว