หน้าแรก การเมือง สว.สำรอง ประเ...

สว.สำรอง ประเดิมร้อง กมธ.กฎหมาย สอบปม ประภาศ นั่ง ป.ป.ช. ทั้งที่มีคดี จี้หยุดปฏิบัติหน้าที่

15.05.26 | 14:22 น.

“สว.สำรอง” ประเดิมร้อง”กมธ.กฎหมายฯ” สอบปม“ประภาศ”นั่งป.ป.ช.ทั้งที่มีคดีติดตัว ข้องใจให้เข้ามาช่วย“ศักดิ์สยาม”หรือไม่ จี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ด้าน“โรม” รับลูกเตรียมชงเข้าที่ประชุมพร้อมเรียกทุกฝ่ายสอบ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง เข้ายื่นหนังสือต่อ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณี นายประภาศ คงเอียด กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) เคยถูกต้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลอุทธรณ์ได้ประทับรับฟ้องแล้วในคดีที่กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการคัดเลือกผู้รับงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ -มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยเป็นคดีที่เกิดก่อนที่นายประภาศจะได้รับเลือกเป็นป.ป.ช.ที่ได้รับการโปรดเกล้าเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2568 โดยวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยเสียง173 ต่อ6 เสียง ในขณะที่นายประภาศเป็นจำเลยที่5 ในคดีดังกล่าว และเมื่อเข้าไปตรวจสอบข้อมูลจะไม่พบว่ามีการกระทำความผิด จึงไม่ทราบว่าเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงหรือไม่

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งที่นายประภาศมีคดีอาญาติดตัว ไม่ทราบว่าในกระบวนการสรรหาของส.ว.ปล่อยให้ผ่านมาได้อย่างไร และยังมาตัดสินตีตกคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ซึ่งค้านสายตาพี่น้องประชาชนที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หมายความว่านายประภาศใช้กลยุทธ์ในการหลบเลี่ยงคดี โดยที่ไม่ให้คณะกรรมการสรรหาฯรู้ว่าตนเองมีความผิดในคดีดังกล่าว และได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง หมายความว่ากระบวนการสรรหาปล่อยผ่านในเรื่องนี้ จึงต้องการให้ กมธ.การกฎหมายฯ ตรวจสอบเรื่องนี้ว่าการเข้ามาของนายประภาศเข้ามาโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อช่วยเหลือใครหรือไม่ เพื่ออุ้มคดีของอดีตรมว.คมนาคมให้ออกไปจากความรู้สึกของประชาชนที่ทุกคนรับรู้อยู่แล้วว่าเป็นคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนายปรภาศควรจะรู้ตัวเองว่าควรจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว

ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องร้องเรียนเรื่องแรก โดยทางกมธ.ฯ จะรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ซึ่งสิ่งที่ตนได้รับมามีคำพิพากษาด้วย จึงต้องศึกษาอย่างละเอียด โดยต้องหารือในที่ประชุมกมธ.ฯ และแจ้งว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ หากเป็นไปอย่างที่ร้องเรียนจริงก็กระทบกับหลายหน่วยงาน