กกร. จ่อเสนอกฎหมาย แก้คอร์รัปชั่น จี้ 4 หน่วยงานต้นแบบโปร่งใส คลัง-มท.-เกษตรฯ-กทม.
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการนำคณะทำงานจาก 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สถาบันเพื่อการยุติธรรม (TIJ) และนักวิชาการจาก TDRI เข้าหารือกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืน และผลักดันการปฏิรูปกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา
โดยข้อเสนอ “3 เสาหลัก” สู่ความโปร่งใส
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ และคณะทำงาน Zero Corruption ได้นำเสนอ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.ประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็น “วาระแห่งชาติ” เสนอจัดตั้ง “คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมเฝ้าระวังและผลักดันจริยธรรมให้เกิดขึ้นจริง
2.ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดข้อมูลภาครัฐ เสนอใช้ Dashboard ติดตามการใช้งบประมาณ และระบบสะพานแลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และเน้นเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ
3.ยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง / กระทรวงมหาดไทย /กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / และกรุงเทพมหานคร โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-Government Procurement และมีระบบรับฟังเสียงประชาชน (Citizen Feedback)
นอกจากนี้ คณะทำงานยังเสนอแผน “Reinvent Thailand” เพื่อแก้ไขกฎหมายล้าสมัยที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ตอบรับข้อเสนอ พร้อมระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต โดยเฉพาะการปิดช่องว่างทางกฎหมายที่เอื้อต่อการเรียกรับสินบน และกล่าวต่อว่า จะนำประเด็นข้อเสนอที่ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในวันนี้
ก้าวต่อไปของ Zero Corruption ในช่วงท้ายของการหารือ จะได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กกร. ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายที่ต้องเร่งแก้ไข โดยจะเน้นประเด็นที่สร้างประโยชน์แก่รายย่อยและภาคประชาชน พร้อมเตรียมนำข้อเสนอที่สรุปชัดเจนแล้ว กลับมาหารือกับรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 นัดส่งวันที่ 10 มิถุนายน ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
“เราต้องช่วยกันสร้าง Trust หรือความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีความเชื่อมั่น ประเทศก็เดินหน้าต่อไม่ได้”

