ญาติผู้สูญหายรถไฟชนรถเมล์ เดินทางเข้าตรวจดีเอ็นเอ ญาติเผยป้าคุยกับเพื่อนก่อนสายตัดไป

17.05.26 | 12:21 น.

ญาติผู้สูญหายรถไฟชนรถเมล์ เดินทางเข้าตรวจดีเอ็นเอ ขณะที่ญาติของผู้สูญหายที่นั่งตรงประตูกลางของรถเมล์ เผย นาทีได้ยินเสียงร้องของป้า ก่อนสายตัดไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก ภาวนาขอให้ไม่ใช่ป้าของตน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ วันที่ 17 พฤษภาคม 69 ตั้งแต่ช่วงเช้า มีญาติของผู้สูญหายหลายรายที่ไม่ปรากฏรายชื่อผู้บาดเจ็บ เดินทางเข้ามาเพื่อเก็บดีเอ็นเอยืนยันเอกลักษณ์บุคคล โดยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าญาติที่สูญหายได้ขึ้นรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุในช่วงเวลาดังกล่าว


ตรวจดีเอ็นเอ

ขณะที่หนึ่งในครอบครัวของผู้สูญหายเดินทางมาตรวจดีเอ็นเอที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ อย่างครอบครัวของ นางสาวศิริลักษณ์ (สงวนนามสกุล) หรือคุณต๋อม ซึ่งเป็นหลานสาว ป้าเอี้ยง อายุ 66 ปี ผู้สูญหาย เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 พ.ค.69) ตนติดตามข่าวดังกล่าวนี้ แต่ก็ไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าป้าของตนคงไม่ได้เดินทางไปจุดดังกล่าว แต่จู่ๆ ช่วงเช้าพี่สาวของตนทักมากหาตนอีกครั้งว่า คนที่นั่งอยู่ตรงกับประตูกลางภายในรถเมล์จากภาพวงจรปิดนั้น ลักษณะเหมือนป้าของตน ทั้งท่าตกใจ ลักษณะจมูก ตนจึงติดต่อขอคลิปภาพวงจรปิดบริเวณหน้าปากซอยบ้านย่านสมุทรปราการ ซึ่งก็พบว่าสีเสื้อที่ป้าใส่ตรงกับภาพวงจรปิด ตนและครอบครัวของป้าจึงรีบเดินทางมาที่นี่เพื่อตรวจดีเอ็นเอ

รถเมล์

Advertisement

“สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือเพื่อนของป้าที่กำลังโทรคุยกับป้าอยู่ ได้ยินเสียงร้องของป้า ก่อนที่สัญญาณมือถือจะตัดไป และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาใช้งานเฟซบุ๊กของป้าด้วย และจากภาพวงจรปิดเห็นว่าเขาตกใจแล้ว แต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็ว”

คุณต๋อมบอกอีกว่า ตอนนี้ตนและครอบครัวกังวลใจมากเพราะเหมือนเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และป้าคือเสาหลักของบ้านที่เลี้ยงตนมาตั้งแต่เด็กๆ จึงถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวตน

ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าป้าขึ้นรถเมล์สาย 206 เป็นประจำหรือไม่ แต่พี่สาวตนแจ้งว่า ป้าจะขึ้นรถเมล์ไปหาหมอของป้าบ้าง หรือชอบขึ้นรถเมล์ไปนวดในที่ที่ไกลจากบ้าน รวมถึงชอบเที่ยว

ป้า

”ตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่ป้าของตน แต่ก็ยอมรับว่ากังวล เพราะลักษณะและช่วงเวลามันสอดคล้องกันไปหมด“ ยอมรับว่าครอบครัวเครียดมาก ลูกของป้าทั้ง 3 คนทำใจไม่ได้ ตนจึงต้องให้ทุกคนตั้งสติไว้

ส่วนตัวยังไม่เห็นภาพวงจรปิดทุกมุม (เห็นแค่มุมที่ป้านั่ง) จึงไม่รู้ว่าความประมาทเกิดจากส่วนไหน แต่ครอบครัวติดใจว่าเป็นความประมาทของคนขับรถเมล์หรือไม่ แต่ก็ต้องรอดูผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง

สำหรับการเก็บดีเอ็นเอครั้งนี้ เจ้าหน้าที่นิติเวชระบุว่าอาจใช้เวลาไม่เกิน 3 วันถึงสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ และจะให้ครอบครัวนำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยการนำส่งร่างทั้งหมด ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจะนำร่างไปส่งยังปลายทางให้ทุกครอบครัวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย