รัฐบาล เร่งปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ เปิดเอกชน ชงกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เสนอรัฐต้น มิ.ย. พร้อม ทบทวนกฎกระทรวงกว่า 7,000 ฉบับ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อนต่อยอด
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ ลดต้นทุนที่เกิดจากขั้นตอนซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุน โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กำกับดูแลการดำเนินงาน โดยรัฐบาลจะเร่งทบทวนกฎหมายลำดับรองและกฎกระทรวง กว่า 7,000 ฉบับ ว่าฉบับใดควรคงไว้ ปรับปรุง หรือยกเลิก หากยังมีความจำเป็นต้องกำกับดูแล จะนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส และลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายปกรณ์ได้ให้กกร. รวบรวมกฎหมายลำดับรอง ที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ และจัดลำดับเรื่องเร่งด่วน 10–20 ฉบับ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขประกอบมาด้วย โดยเอกชนจะส่งข้อเสนอให้รัฐบาลในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นเมื่อรับเรื่องจถเข้าสู่กระบวนการดำเนินงาน ตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อติดตามผลการแก้ไขกฎหมายเป็นรายเรื่อง ให้เกิดผลในทางปฏิบัติและมีกรอบเวลาที่ชัดเจน
น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันแนวคิดการใช้ใบอนุญาตเดียวครอบคลุมหลายกิจกรรม( Super License ) ลดภาระการขออนุญาตหลายครั้ง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับความเร็วของเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ผ่านมามีการปรับปรุงและเห็นผลแล้ว คือมาตรการ BOI Fast Pass ส่งผลให้ยอดการลงทุนในไตรมาสแรก ปี 2569 เติบโตได้ถึง 18% ทั้งนี้การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจุดแข็งของไทย ที่ผลสำรวจ Enterprise Surveys 2025 ของธนาคารโลกสะท้อนว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการเชิงบวกด้านการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ระบบดิจิทัล และประสิทธิภาพบริการภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลต้องการยกระดับต่อไปให้ไทยเป็นประเทศที่แข่งขันได้ ลงทุนง่าย และมีกฎระเบียบที่สอดรับกับโลกเศรษฐกิจยุคใหม่


