หน้าแรก การเมือง ส.ว.เสียงแตก ...

ส.ว.เสียงแตก ชงรบ.เลิก MOU 43 อีกฉบับ กลุ่มพันธุ์ใหม่ ลุกค้าน หวั่นไทยเสียกลไกต่อรอง

18.05.26 | 14:37 น.

กมธ.วุฒิสภา ชงรัฐบาลฉีก MOU 43 ต่อจาก MOU 44 ชี้ขัด รธน.ทั้งไทย-กัมพูชา ไม่รอบคอบ การปักปันเขตแดน 26 ปีไม่คืบหน้า ด้าน “ส.ว.พันธุ์ใหม่” ซัดรายงานไร้เหตุผล จี้ให้ปรับปรุงใหม่ หวั่นยกเลิกแล้ว ถูกกลุ่มทุนฉวยโอกาส ฮุบประโยชน์ปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายนพดล อินนา ส.ว. เป็นประธานกมธ.ฯพิจารณาแล้วเสร็จ

โดยนายนพดล รายงานผลการศึกษาตอนหนึ่ง กมธ.มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นควรให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ เอ็มโอยู 2544 โดยในส่วนของเอ็มโอยู 2543 เป็นสนธิสัญญาที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อปี 2543 ไม่ได้มีมติเห็นชอบ แต่มีมติเพียงรับทราบ และการอนุมัติให้ไปลงนามรับรองเอ็มโอยู 2543 ยังไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเสนอครม.ให้ความเห็นชอบก่อน และการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสนในเอ็มโอยูที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตอำนาจแห่งรัฐ แต่ไม่ได้เสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น แผนที่ที่จัดทำขึ้นตาม เอ็มโอยู 2543 เมื่อเสร็จแล้ว จะไม่ได้รับการรับรองจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน และการดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตามเอ็มโอยู 2543 มีความคืบหน้าน้อยมาก แม้เวลาผ่านไปเกือบ 26 ปี ซึ่งปัจจุบัน การดำเนินการยังอยู่ในขั้นแรก จากทั้งหมด 5 ครั้ง และเกิดการปะทะกันครั้งล่าสุด

“กมธ.ยืนยันว่า ฝ่ายไทย สามารถยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องแจ้ง ให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเมื่อไทยแจ้งยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ให้กัมพูชาทราบแล้ว ไทยยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 3 เดือน หากไทยต้องการจะเจรจากับกัมพูชา เพื่อปรับปรุงเอ็มโอยู 2543 ตามที่ไทยต้องการสามารถทำได้ ถ้าการเจรจาสำเร็จ ไทยสามารถถอนการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้ แต่ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ไทยยังยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เจรจาตกลงกันได้แล้วก่อนการยกเลิก” นายนพดล กล่าว

นพดล อินนา
นายนพดล อินนา ส.ว. เป็นประธานกมธ.ฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ จะเปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายรายงานดังกล่าวอย่างกว้าง พบว่ามี ส.ว. ที่เห็นแตกต่าง ทั้งสนับสนุนรายงานและไม่สนับสนุนรายงานเนื่องจากมองว่ามีวาระซ่อนเร้นอีกทั้งมองว่าเอ็มโอยู 2543 ยังเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการเจรจาหาทางออกกับกัมพูชาในความขัดแย้ง โดยเฉพาะเอ็มโอยู 2544 เรื่องทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งทางครม.ได้มีมติยกเลิกไปแล้ว เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ส.ว. อภิปรายไม่เห็นด้วยต่อรายงานของกมธ.ว่า การฉีกเอ็มโอยูทิ้ง เท่ากับการสูญเสียกลไกทวิภาคี และจะทำให้ไทยเดินเข้าสู่การประนอมข้อพิพาทภาคบังคับ ที่มีคนต่างชาติ 5 คนมาเป็นคนกลางพิจารณา ดังนั้นเหตุผลที่ระบุว่ายกเลิกเพื่อลดข้อกังวลจึงเป็นการเอาอธิปไตยไทยไปวางในมือของคนนอก ทั้งนี้ การฉีกเอ็มโอยูทิ้ง เท่ากับไทยละทิ้งข้อตกลงว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนที่กำหนดให้เจรจาผลประโยชน์ทางทะเลไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นข้อที่ทำให้ไทยได้เปรียบกว่ากัมพูชา

Advertisement

อย่างไรก็ตามตนมองว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่าให้กระแสชาตินิยมข่มผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ และขอให้พิจารณาว่าเราจะเป็นรัฐที่ฉลาดใช้เครื่องมือทางการทูตเพื่อต้อนคู่แข่งให้จนมุม หรือเป็นรัฐหวาดระแวงในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงตามกระแสชาตินิยมจนฉีกข้อตกลงทิ้ง ตนมองว่าการรักษาหรือปรับเปลี่ยนเอ็มโอยู 2543 เอ็มโอยู 2544 เพื่อใช้ คือยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งและสมเกียรติประเทศไทย

พรชัย วิทยเลิศพันธุ์
นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ส.ว.

ขณะที่ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว.อภิปรายว่า การพิจารณาเรื่องใดที่เป็นข้อดีหรือข้อเสีย และการเสนอทางออกควรมีตรงกลาง ไม่ใช่ชี้ไปในทางขาว หรือ ดำ แต่รายงานเสนอให้ยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ เมื่อตนดูรายชื่อ กมธ.ฯ พบชื่อของ พล.ท.ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร และ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นักวิชาการ แปลกใจว่าบุคคลทั้ง 2 เห็นด้วยหรือ เพราะมติของกมธ.ฯ ระบุว่าเป็นเอกฉันท์ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าวเพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอต่อการยกเลิกดังนั้นควรปรับปรุง แก้ไขรายงาน

นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่าตามรายงานที่ระบุเหตุผลของการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 อ้างความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกระบวนการภายในประเทศและนักกฎหมายไทยตีความหลากหลาย ตราบที่ไม่ทำให้โมฆะมีผลบังคับใช้ และระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีกระบวนการดำเนินการทางเขตแดนคืบหน้าแล้ว 600 ตารางกิโลเมตรถือว่าเป็นกระบวนการที่ได้รับการยอมรับในทางพฤตินัยแล้ว นอกจากนั้นแล้วได้ให้เหตุผลที่ให้ยกเลิก เพราะกัมพูชาละเมิดไม่รักษาสัญญาเป็นเหตุให้ยกเลิก ทั้งนี้เอ็มโอยูเป็นกลไกเชิงเทคนิคเรื่องเขตแดน เช่น สำรวจ ไม่ใช่เครื่องมือควบคุมพฤติกรรม

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว.

“ส่วนการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ของรัฐบาล ผมมีข้อกังวลต่อการสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ ต่อการยกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศในกรณีอื่นๆ และยังมีข้อกังวลต่อความเป็นธรรมและสิ่งที่ต้องสูญเสียที่จะยอมรับต่อการตัดสินที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ อันคลอส หรือไม่ ดังนั้นการศึกษาข้อดี ข้อเสียของการยกเลิก ในทางออกไม่ควรเป็นขาวหรือดำ แต่ควรออกมาในทางการคุยหรือปรับปรุงเพื่อไม่ให้สิ่งที่ลากกันมา 26 ปีเสียเปล่า

อย่างไรก็ตามในวิกฤติพลังงาน ผมมองว่าควรสร้างโอกาสหาทางพัฒนาพื้นที่ปิโตรเลียมร่วมกัน ใครกันแน่ที่ฉวยเอาผลประโยชน์ประชชนในพ้นที่นั้นน เขาถือสัญชาติกัมพูชา หรือถือสัญชาติไทย แล้วมากอบโกยผลประโยชน์ทรัพยากรภายใต้ชื่อของทุนพลังงานทำให้คนไทยและคนกัมพูชาต้องใช้พลังงาน และน้ำมันราคาแพง แทนจะได้โอกาสสะสางโครงสร้างพลังงาน” นายเทวฤทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้หลังจากที่ สว.ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น และกมธ.ฯได้ชี้แจงแล้ว พล.อ.เกรียงไกร แจ้งว่าจะส่งความเห็น ข้อสังเกตและรายงานของ กมธ.ฯให้ ครม. พิจารณารับทราบต่อไป