ไม่ว่าจะฟังจาก นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ว่าจะฟังจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หนทาง”ข้างหน้า”ใช่ว่าจะ”ราบรื่น”
แม้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จะมีความมั่นใจเป็นอย่างสูงในกฎกติกาอันบัญญัติผ่าน “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560”
แม้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะเห็นด้วย
เห็นด้วยในจำนวน 250 ส.ว.จะเป็น “รากฐาน”อย่างสำคัญให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เพราะว่า 250 เสียงตั้ง”นายกรัฐมนตรี”ไม่ได้
”ในทางปฏิบัติ 250 กว่าเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องได้ 376 เสียง”
เป็นบทสรุปจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ปมเงื่อนที่ทั้ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มอง ข้ามไป
คือ ปมเงื่อนของการตั้ง 250 ส.ว.
อาจเพราะมีความเชื่อมั่นใน “กฎหมายลูก”ที่ตนเองยกร่างมากับมือ
อาจเพราะมีความเชื่อมั่นใน “อำนาจ”
ความหมายก็คือ หมายความว่า “อำนาจ”ยังอยู่ในมือของคสช.และของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด
ถามว่าหลังกัมปนาทแห่ง”ระเบิด”แม้กระทั่งในห้องวงษ์สุวรรณ ภายในโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
“อำนาจ” ยังอยู่กับ”คสช.”จริงหรือ
นับแต่ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560″ ประกาศและบังคับใช้รู้สึกหรือไม่ว่า สถานะของคสช.ไม่เหมือนเดิม
ไม่เหมือนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ไม่เหมือนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ไม่เหมือนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559
การท้าทายต่อ”อำนาจ”เริ่มแสดงออก “ชัด”
เป็นไปได้หรือว่า การแต่งตั้ง 250 ส.ว.จะเป็นของคสช.หรือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้งหมด
ไม่มีปัจจัย”อื่น”เข้ามาเบียดแทรกบ้างเลยหรือ

