วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ตั้ง 3 คณะ สางปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง ศักดิ์สยาม-กกต. สอบคดีฮั้วสว.-เขากระโดง
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านในวันนี้ว่า เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีการลงนามตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าบทบาทของฝ่ายค้านมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าแต่ละพรรคที่มารวมกันนั้น ก่อนการเลือกตั้งอาจจะมีนโยบายหรือจุดยืนที่แตกต่างกันไป
ซึ่งการมารวมกันเป็นฝ่ายค้าน แต่ละพรรคไม่ได้ตัดสินใจมารวมกัน เหมือนอย่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่คิดว่าจะหาจุดร่วมกันในการทำตามความคาดหวังของประชาชนคือการตรวจสอบรัฐบาลและเสนอแนะแนวทางที่ดีขึ้นให้กับรัฐบาล ระบบการเมืองที่ปราศจากฝ่ายค้านคือระบบการเมืองที่อันตรายมาก จะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบริหารแบบปราศจากการถูกตั้งคำถามและการตรวจสอบ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า โดยที่ประชุมวิบฝ่ายค้านจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 3 คณะ ที่เห็นว่ามีความสำคัญในขณะนี้ ได้แก่ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา มุมหนึ่งจะทำให้คำร้องที่มีการจัดทำขึ้นให้แล้วเสร็จในเดือนนี้ พร้อมยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสิ่งที่ค้นพบมาก่อนหน้านี้คือ ป.ป.ช. อาจจะไม่มีการไต่สวนเลย แต่อาศัยช่องในการบอกว่าตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบข้อมูลที่จะดำเนินการต่อ จึงยกคำร้องไป ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบจาก ป.ป.ช. ว่ามีการไต่สวนหรือไม่
และอีกประเด็นที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ร้องที่ได้ร้องขอไปเกี่ยวกับการดำเนินการของ ป.ป.ช.คำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม และความเห็นของ ป.ป.ช. ก่อนจะยกคำร้อง โดยระเบียบ ป.ป.ช. ต้องส่งให้ผู้ร้องภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดภายในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งในวันนี้วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือเชิญ ป.ป.ช. มาชี้แจงถึงกระบวนการขั้นตอนการทำงาน ที่จะทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและเพื่อให้คำร้องที่กำลังจัดทำอยู่มีความสมบูรณ์มากขึ้น
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่ คณะกรรมการตรวจสอบคณะที่ 2 ตรวจสอบกรณีการทุจริตในการเลือก สว. หรือคดีฮั้วเลือก สว. โดยวันนี้มีภาคประชาชนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับฝ่ายค้าน ซึ่งคิดว่าความเร่งด่วนที่สุดของคดีนี้คือการจับตาท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คาดว่าต้องมีมติภายในเดือนพ.ค.และมิ.ย.ข้างหน้า ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต.มีมติว่าควรจะส่งเรื่องต่อไปยังศาล
แต่ต่อมาทราบว่า กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติว่าควรจะยกคำร้องทั้งหมด โดยพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าจากหลักฐานข้อเท็จจริง ทั้งที่ปรากฏต่อสาธารณะและอยู่ในสำนวนเพียงพอที่ กกต. จะส่งเรื่องต่อศาล ซึ่งหากย้อนไป 1-2 ปีที่ผ่านมา กกต.มีเพียงข้อความทางแอปพลิเคชั่นไลน์ กกต. ยังมีมติส่งเรื่องไปยังศาลเลย ดังนั้นในกรณีนี้ที่มีหลักฐานชัดเจนกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ว่ามีการฮั้วเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนเลือก สว. เส้นทางการเงิน หลักฐานการนัดหมาย ซึ่งกกต.ควรจะส่งเรื่องไปยังศาล
นายพริษฐ์ กล่าวว่า และคณะกรรมการตรวจสอบคณะที่ 3 ตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีประเด็นที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้ามาเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ว่าจะใช้กลไกอะไรบ้างนั้น จะต้องให้แต่ละพรรคหารือกัน

