หน้าแรก การเมือง ดร.โจ ไม่การั...

ดร.โจ ไม่การันตี ผู้สมัคร ส.ก.พรรคส้ม ไร้คดีทุจริต ขอไม่ประเมินชัชชาติ ให้คนตัดสินเอง 28 มิ.ย.

19.05.26 | 12:12 น.

‘ดร.โจ’ ไม่การันตีผู้สมัคร ส.ก.พรรคส้มไม่มีคดีทุจริต บอกเช็กประวัติแล้วเท่าที่ได้ โต้ข้อครหาทีมบริหารอยู่แต่หอคอยงาช้าง บอกเดี๋ยวมีลงพื้นที่ให้เห็น แจงเป็นช่วงเวลาที่วางไว้ ไม่ขอวิจารณ์ ‘ชัชชาติ’ จัดการทุจริตไม่ดี ปล่อยให้คนประเมินเอง 28 มิ.ย.นี้ ด้าน ‘วิโรจน์’ เหน็บความสัมพันธ์ผู้ว่าฯ-ส.ก.เป็นสิ่งสำคัญ จวกพวกที่ดูเหมือนห่าง แต่หลังม่านใกล้ชิด อย่างนี้เลวร้ายที่สุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่พรรคประชาชน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงนโยบายเอไอปราบโกงถึงกรณีการทุจริตในสมัยที่ผ่านมาของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. ถือว่าสอบตกหรือไม่ว่า อาจจะให้ประชาชนเป็นผู้ประเมิน คิดว่าการแก้ไขปัญหาทุจริตเป็นบทบาทหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายบริหารสามารถยับยั้งได้ในทุกขั้นตอน แต่การที่ไม่ยับยั้งและปล่อยให้เกิดสิ่งเหล่านี้ โดยที่อ้างว่าไม่รู้ ไม่เห็น ก็ยากที่จะฟังขึ้น ส่วนจะประเมินนายชัชชาติกี่คะแนน อยากให้ประชาชนไปให้คะแนนกันในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ขอย้ำว่าเราทำปัญหานี้ให้หมดไปไม่ได้ ถ้าฝ่ายบริหารขาดเจตจำนงและความกล้าหาญ

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนชูว่าต้องเลือก ส.ก.พรรคประชาชนยกทีม ถ้าไม่ได้ ส.ก.ยกทีมจะไม่ประสานงานใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนั้น ส.ก.พรรคประชาชนสามารถทำงานร่วมกับผู้ว่าฯท่านใดท่านหนึ่งได้อยู่แล้ว ในสภา กทม.ชุดที่ผ่านมาก็ประสานงานกันได้ดี ขณะเดียวกันผู้ว่าฯจากพรรคประชาชนก็สามารถทำงานกับ ส.ก.พรรคอื่นได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเราทำเพื่อใคร ถ้าทำเพื่อประชาชนและมีเจตจำนงที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประชาชน คิดว่าไม่ใช่เรื่องของ ส.ก.พรรคไหนหรืออะไร ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แบบนั้น แต่เกิดจาก ส.ก.บางคนต้องการต่อรองเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ของตัวเอง โดยการรวมกลุ่มกันไปต่อรองงบประมาณกับผู้ว่าฯ และสอดไส้อยู่ในสำนักต่างๆ หรือที่เรียกว่างบแปร

จากนั้นนายชัยวัฒน์เชิญนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหาร กทม. พรรคประชาชน มาขยายความเพิ่ม โดยนายอดิศรกล่าวว่า ความบกพร่องที่เกิดขึ้นคิดว่าเกิดขึ้นได้ เพราะการจัดซื้อจัดจ้างในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเขตท้องถิ่นพิเศษมีจำนวนมาก แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วจะมีกลไกอะไรในการป้องกัน หรือมีระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดที่ไปเกี่ยวโยงกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น กรณีลู่วิ่งขึ้นซ้ำอีก

“ถ้าเราไปจับที่คนเดี๋ยวก็จะเกิดขึ้นอีก นายชัยวัฒน์และทีมงาน ส.ก.ของพวกเราเลยคิดว่าต้องมีระบบบางอย่างที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเข้ามาสกัดกั้นตั้งแต่แรก ในขั้นตอนการทำงบประมาณ การเสนอราคากลางอย่างสมเหตุสมผล มีการจัดทำทีโออาร์ที่ไม่ล็อกสเปกตั้งแต่แรก ไม่ได้ปล่อยประละเลยให้พ่อค้าเข้ามาต้องยอมรับหลายโครงการคนเขียนสเปกเป็นพ่อค้า แล้วเขาเขียนเพื่อล็อกสเปกตัวเอง แล้วไปหาคู่เทียบที่เป็นบริษัทในเครือข่าย” นายวิโรจน์กล่าว

Advertisement

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ดังนั้น ที่ถามว่าจะให้คะแนนนายชัชชาติเท่าไหร่ คิดว่านายชัชชาติเคยให้คะแนนตัวเองไปแล้ว ให้เกียรตินายชัชชาติให้คะแนนตัวเองดีกว่า แต่เรามองไปข้างหน้า จะผู้ว่าฯชื่ออะไรก็ตาม เราไม่ควรฝากความหวังเรื่องการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นไว้กับชื่อผู้ว่าฯ ที่สำคัญที่สุดต่อให้เราได้ผู้ว่าฯที่ดีเราก็ไม่ควรต้องเสียดาย เพราะผู้ว่าฯที่ดีต้องวางระบบเอาไว้ เวลาพ้นจากหน้าที่ไประบบที่ดีก็ยังคงอยู่

เมื่อถามว่า ระบบที่นายชัชชาติวางไว้สามารถใช้ได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า การวางระบบนี้ต้องวางควบคู่ไปกับการวางระบบบริหารราชการ ที่นายชัยวัฒน์พูดถึงเรื่องงบแปรญัตติ กลไกไม่ได้ยาก ทำให้รู้สึกแค้นใจว่าทำไมเราแก้ไม่ได้ เพราะจะมี ส.ก.จำนวนหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้เหมารวม เขารวมกลุ่มกันไปตัดงบผู้ว่าฯ มาให้ได้ มีเป้าหมายว่าปีหนึ่งตัดได้ 5,000 ล้านบาท

“รวมตัวสมคบกันแล้วตัดงบผู้ว่าฯ หลังจากนั้นจะไปเจรจาหลังม่าน ข่มขู่ผู้ว่าฯ เอามาให้ฉัน 2,500 ล้าน ครึ่งหนึ่ง พอได้มาแล้วก็จะเอาพ่อค้าของตัวเองมารับงาน ฮั้วกันกับข้าราชการเรื่องทีโออาร์ ส่วนหนึ่งก็ได้งานที่ไม่มีคุณภาพ คนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน คนที่ได้เงินทอนก็คือ ส.ก.และราชการบางคนในเครือข่าย” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า หากมีระบบแบบที่พรรคประชาชนเสนอ ผู้ว่าฯก็ไม่ต้องลำบากใจ คนที่เซ็นงบประมาณก็คือผู้ว่าฯ ไม่เคยเห็นความอึดอัดใจของนายชัชชาติกรณีลู่วิ่ง หรือทั้งที่ในใจของท่านก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผู้ว่าฯจะได้ไม่ต้องอยู่ในสภาวะที่น้ำท่วมปาก

เมื่อถามว่า หากสภาพจริงไม่ได้ ส.ก.ตามที่หวังไว้ ก็ต้องทำงานกับ ส.ก.ที่เรียกรับผลประโยชน์จะทำอย่างไร นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ขึ้นต้นเราก็ทำจากความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ถึงแม้จะเป็น ส.ก.จากพรรคอื่น แต่ถ้าระบบนี้กำกับดูแลควบคุม การต่อรองก็ทำได้ยาก

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า กรณีนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงส่ง ส.ก. 50 เขต ส่วนเรื่องแทคติคการดีล เชื่อว่านายวิโรจน์ก็มีประสบการณ์ และจะเข้ามาเป็นทีมบริหาร

ด้านนายวิโรจน์กล่าวเสริมว่า เรื่องการทำงานของ ส.ก.ต้องเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด หากประชาชนรับรู้ก็จะมีส่วนร่วมในการติดตามว่าขั้นตอนไปถึงไหน คิดว่าเป็นจุดแข็งของผู้สมัครและ ส.ก.ของพวกเราว่าหากเป็นโครงการของประชาชนก็จะเปิดให้มากที่สุด ซึ่งหากทำแบบนี้แล้วเกิดปัญหา ประชาชนจะออกมาปกป้องเอง ที่สำคัญความสัมพันธ์ในการบริหารระหว่างผู้ว่าฯกับ ส.ก.ก็ต้องดี ชิดเกินไปก็ไม่ดี ห่างเกินไปก็ไม่ดี ที่แย่ที่สุดคือดูเหมือนห่าง แต่หลังม่านแล้วใกล้ชิด อย่างนี้เลวร้ายที่สุด

เมื่อถามว่า การันตีได้หรือไม่ว่าผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคประชาชนจะไม่มีคดีความเรื่องทุจริต นายชัยวัฒน์กล่าวว่า คิดว่าถ้าเป็นมนุษย์ คงไม่สามารถการันตีใครได้ เพราะคนเราสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เราพยายามทำ พรรคประชาชนเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความตั้งใจมาทำงานได้ เราไม่ได้กีดกันใครตั้งแต่ต้น เรามีกระบวนการคัดเลือกคัดกรอง เช็กประวัติเท่าที่เรามีข้อมูล และเท่าที่เราหาได้ มีทั้งการทำงานอบรมร่วมกัน รวมถึงการลงพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ได้คัดกรองมาอย่างเต็มที่ ถ้าจะมีใครเปลี่ยนแปลงไปในภายหลังจากได้รับเลือกตั้ง คงไม่มีใครการันตีได้ แต่การอบรมคัดกรองมาพอสมควร ทำให้เชื่อว่าทุกคนมีดีเอ็นเอมุ่งมั่นที่จะทำงาน

เมื่อถามว่า จะได้เห็นทีมผู้บริหาร กทม.ของพรรคประชาชนหาเสียงด้วยหรือไม่ เพราะเทียบกับเลือกตั้ง ส.ส. The Professionals ถูกมองว่าอยู่บนหอคอยงาช้าง นายวิโรจน์กล่าวว่า ผู้บริหารที่ทาบทามมาแต่ละท่าน มีหน้าที่แตกต่างกัน หลายท่านอาจจะมาช่วยเดินหาเสียง หลายท่านทำงานเชิงนโยบาย หรืออยู่ในวงประชุม แต่ละคนมีบทบาทต่างกัน แต่เข้าใจเพราะประชาชนก็จะมองเห็นบทบาทของผู้บริหารเหล่านั้นผ่านการเดินหาเสียง แต่โดยเนื้อแท้ยังมีงานอีกมากมาย หลังบ้านก็สำคัญ เหมือนวงดนตรี แม้แต่ทุกคนที่อยู่หลังเวทีก็มีความสำคัญเหมือนกันหมด ซึ่งหลายคนก็จะมองแต่นักร้องนำ

“บางท่านอาจจะมีความเชี่ยวชาญในงานงานหนึ่ง แต่ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ถ้าเราให้เขาผลักจากงานหลังบ้านมาช่วยเดินหาเสียงมันก็ไม่เกิดประโยชน์ เราก็พยายามวางคนให้ถูกกับงานให้มากที่สุด ไม่ได้เป็นปัญหาแบบนั้น” นายวิโรจน์กล่าว

ด้านนายชัยวัฒน์กล่าวว่า ช่วงแรกเป็นช่วงที่เพิ่งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.และผู้สมัคร ส.ก. เราจึงเน้นในส่วนนี้ แต่ระยะนี้จะเห็นเราลงไปทำนโยบายวงย่อยในพื้นที่ต่างๆ เดี๋ยวเราจะเริ่มเห็นทีมบริหารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะจะทำนโยบายเชิงประเด็น ต้องบอกว่าเป็นช่วงจังหวะแคมเปญของพวกเรา