หน้าแรก การเมือง วุฒิสภา ถกญัต...

วุฒิสภา ถกญัตติด่วน เหตุรถไฟชนรถเมล์ ‘วุฒิพงศ์’ ชงตรวจ สส.-สว.หากพบสีม่วง ปลดออกทันที

19.05.26 | 13:08 น.

วุฒิสภา ถกญัตติด่วน อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ “วุฒิชาติ”  ฝากรบ.บังคับใช้กม.จริงจัง  ด้าน “วุฒิพงศ์” จี้เอาคนผิดมาลงโทษ แก้ปัญหา 3 ข้อ โดยเฉพาะยาเสพติด ต้องตรวจก่อนขับ แม้แต่นักบิน-ขรก.ยังต้องตรวจก่อน เสนอจับสส.-สว.ตรวจ หากพบสีม่วง ปลดออกเลย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย นายวุฒิชาติ กัลยานมิตร สว.เป็นผู้เสนอ และญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ซึ่งเป็นวิกฤตความปลอดภัย และการเยียวยา โดย นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. เป็นผู้เสนอ เพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ไขต่อไป

นายวุฒิชาติ เสนอญัตติ โดยได้เปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ให้สมาชิกในที่ประชุมได้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงคลิปการโบกธงแดง พร้อมกล่าวว่าการเดินรถฝ่ายกฎหมายกำหนดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สิ่งที่แปลกใจพนักงานให้สัญญาณรถไฟหยุดรถแต่รถไฟยังเดินต่อ ซึ่งขาดการประสานงานที่ดี และปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา สร้างความรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก

ซึ่งต้องบอกว่าระเบียบของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน พ.ร.บ.จราจร ที่ควบคุมการปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรื่องกฎระเบียบของการรถไฟ มีระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด แต่ถ้าทุกคนช่วยกันปฏิบัติตาม เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่เกิด ซึ่งบริเวณดังกล่าวกายภาพของถนนไม่สามารถช่วยในเรื่องของการจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีการเคลียร์รถที่ต้องผ่านทั้งหมด 3 แยกออกให้หมดก่อน

“ตอนสมัยผมดำรงตำแหน่งผู้ว่าการถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผมเคยลงไปดูจุดนี้ เพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าในเรื่องการใช้ถนนร่วมกัน การใช้รางเวลารถไฟวิ่งผ่านกัน ถ้าเป็นขบวนที่วิ่งสวนกันใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ ซึ่งก็เข้าใจว่าคนที่มีภารกิจรีบร้อน แล้วมาอยู่ในช่วงการจราจรติดขัด ก็ต้องรีบทุกอย่าง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุด”นายวุฒิชาติ กล่าว

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ในรัศมีรางรถไฟ 2 ฝั่ง 5 เมตร ห้ามมียานพาหนะกีดขวาง และกายภาพของพื้นที่ถนนไม่สามารถทำให้การจัดการด้านการจราจรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การเดินรถไฟ และจะต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์กั้นทางรถไฟอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับภูมิศาสตร์พื้นที่ของถนนว่าควรจะเป็นแบบไหน ซึ่งต้องกั้นไม่ให้มีช่องว่างให้รถหรือคนเดินผ่านได้เลย จึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณา

Advertisement

นายวุฒิชาติ กล่าวถึงเรื่องใบอนุญาตของพนักงานขับรถไฟ โดยระบุถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง ที่พึ่งบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ได้มีการกำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นกฎไปทั้งหมด แต่ฝากถามไปยังรัฐบาลว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งพ.ร.บ.การจราจร รถยนต์ หรือรถไฟมีการบังคับใช้อย่างจริงจังหรือไม่ เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ยังคงมียานพาหนะ จอดคร่อมรางรถไฟ เหมือนกับว่าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการดูแล จึงขอให้สมาชิกวุฒิสภาระดมความคิดเห็นและส่งไปยังรัฐบาล เพื่อให้เกิดการประสานงานบูรณาการเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคต

ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์ เสนอญัตติว่า เรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เป็นวิกฤตความปลอดภัยและแนวทางเยียวยา ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับชาวไทยที่เกิดเหตุการณ์ ที่เกิดเกิดจากความประมาทของคนบางคน และการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายเป็นเรื่องจำเป็นไม่แค่เปลี่ยนความเสียหาย แต่จะต้องมีการเยียวยาโดยการแก้ไข จึงขอให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอโทษต่อประชาชนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีทั้งผู้เสีย 8 ราย ผู้บาดเจ็บ 32 คน และรถที่ได้รับความเสียหาย 10 คัน และเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ว่าใครที่ละเลยประมาท ละเว้น ไม่เพียงแค่ตัวเล็กตัวน้อย ต้องเอาตัวใหญ่มารับความผิดด้วย

นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนขอเสนอให้แก้ไขคือ 1.เรื่องวินัยจราจรและ “กับดัก” จุดตัด จะต้องกำหนดพื้นที่ห้ามหยุดรถ ไม่ให้รถจอดแช่คร่อมรางเป็นประจำในช่วงวิกฤตจราจร 2.การประสานงานเคลียร์เส้นทางระหว่างตำรวจจราจร และรฟท. ในชั่วโมงเร่งด่วน 3.ไร้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และจุดบอดร้ายแรง ด้านบุคลากร หลังจากพบว่า พนักงานขับรถรถไฟตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง รุนแรงมาก ๆ เพราะวิทยุไป 2 รอบไม่มีใครตอบ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงเบรกรถไฟไม่ทัน

“ก่อนจะขึ้นบินนักบินทุกคนต้องตรวจสารเสพติดก่อน ข้าราชการยังต้องตรวจเลย ผมว่าสภาก็น่าจะตรวจบ้าง มีใครติดยาบ้าบ้างหรือไม่ ตรวจให้หมด สส.สว.ใครเป็นสีม่วงเมื่อไหร่ก็จับปลดเลย” นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าว

นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า ขอเสนอให้ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการเยียวยาและมาตรการเร่งด่วน การตรวจสอบระบบเทคนิคอย่างโปร่งใส แผนยุทธศาสตร์ยกระดับความปลอดภัย เสนอให้จัดตั้ง “กองทุนเยียวยาอุบัติเหตุจากขนส่งสาธารณะ” ที่สามารถเบิกจ่ายได้ทันที ไม่ใช่รอความกรุณาจากรัฐบาล ความกรุณาเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรเป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องไปขอความกรุณา แต่จะต้องเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องจ่ายเพื่อรับผิดชอบเยียวยาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทันที