นายกฯ สั่ง หน่วยงานรับข้อเสนอเอกชน ขับเคลื่อน 4 ด้าน แจงผลคืบหน้าผ่านครม.เศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุมครม.หลังเปิดรับฟังข้อเสนอของผู้ประกอบการ 10 ภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องการให้รัฐบาลเดินหน้า ว่า เมื่อได้รับข้อมูลจากสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แล้ว ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกรอบติดตามการดำเนินงานว่าจะขับเคลื่อนตามข้อเสนออย่างไร โดยให้รายงานความคืบหน้าทุก 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ผ่านกลไกคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือในการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการใน 4 ด้าน คือ
- โครงสร้างพื้นฐานเรื่องน้ำและพลังงานสะอาด โดยมอบให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลัก
- ด้านพัฒนาทักษะแรงงานรองรับ AI และดิจิทัล โดยมอบให้กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ผลักดันตามข้อเสนอแนะ
- ด้านผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่เช่น ดิจิทัล สุขภาพ เกษตรสมัยใหม่ ดาต้าเซ็นเตอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยให้กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นหน่วยงานหลัก
- ด้านการลดอุปสรรคการอนุญาตการใช้ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์ โดยมอบหมายให้สำนักงานข้าราชการพลเรือนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการ
น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับการปราบปรามทุจริตได้มอบให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะเรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในการปราบปรามทุจริต คอรัปชั่น อาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์


