หน้าแรก การเมือง ชูศักดิ์ จ่อห...

ชูศักดิ์ จ่อหารือพรรคอื่น ยื่นร่างแก้ม.256 ชี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ถกแก้รธน.ช่วงต้นสภา เชื่อไม่มีเตะถ่วง

20.05.26 | 14:07 น.

‘ชูศักดิ์’ เผย เตรียมหารือพรรคการเมือง ยื่นร่างแก้ ม.256 มองเป็นนิมิตหมายที่ดี ถกแก้รธน.ตั้งแต่เริ่มของสภา คาดไม่มีเตะถ่วง

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เวลา 14.00 น. จะมีการหารือของตัวแทนพรรคการเมืองซึ่งมีจำนวน ส.ส. ไม่เพียงพอต่อการยื่นร่างแก้ไขได้เพียงพรรคเดียว คือ 1 ใน 5 หรือ 100 เสียงที่จะร่วมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 256 ต่อรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคเพื่อไทยพร้อมจะเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขโดยนำฉบับเดิมที่เคยยื่นต่อรัฐสภาชุดที่ผ่านมา มาปรับปรุงในเรื่องของจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้เหมาะสม และวิธีการที่เกี่ยวข้อง

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในหลักการพรรคเพื่อไทยจะให้มี ส.ส.ร. มาจากการเลือกของประชาชนในแต่ละจังหวัด และมีกระบวนการให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก นอกจากนั้น จะมี ส.ส.ร. ที่มาจากสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่แต่ละองค์กรเสนอชื่อและให้รัฐสภาคัดเลือก ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องนั้นต้องหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองอื่นด้วย ที่สำคัญจะไม่มีการแก้ไขหมวดหนึ่งว่าด้วยบททั่วไปและหมวดสองว่าด้วยพระมหากษัตริย์

เมื่อถามว่า การที่พรรคภูมิใจไทยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ ส.ส.ร. ถูกคัดเลือกจากรัฐสภาตามสัดส่วน ส.ส. และส.ว.นั้น จะทำให้มีปัญหาหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบที่แล้ว เกี่ยวกับการเลือก ส.ส.ร. นั้นได้พูดกันในกรรมาธิการว่าต้องให้มีความเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้พวกมากลากไป ที่อาจทำให้เป็นปัญหาได้

เมื่อถามว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ที่มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ช่วงต้นของสมัยแรกของสภาปัจจุบัน นายชูศักดิ์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐสภาจะได้หารือร่วมกัน

เมื่อถามว่า ประเมินว่าจะมีกระบวนการเตะถ่วงเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ขณะนี้มีผลประชามติของประชาชนกว่า 21.6 ล้านเสียงเห็นชอบให้เดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น เชื่อว่าการเดินหน้าจะเป็นไปตามผลประชามติที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญล่าสุดได้ให้แนวทางไว้ชัดเจนต่อกระบวนการทำรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่คิดว่าจะมีประเด็นใดที่จะทำให้ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความอีก

Advertisement