หน้าแรก การเมือง สภาถกด่วน ญัต...

สภาถกด่วน ญัตติรถไฟชนรถเมล์ 4 พรรคบี้แก้ไข ปชน.ชี้รบ.หลงทาง ให้ขุดอุโมงค์-ห้ามรถไฟเข้าเมือง

20.05.26 | 17:25 น.

4 พรรคการเมืองเสนอญัตติด่วนศึกษาแนวทางแก้ปัญหายกระดับความปลอดภัยขนส่งทางรางในเขตเมือง ‘นิกร’ จี้ทบทวนเงินเยียวยา ด้าน ‘มนพร’ บี้ บังคับใช้กม.เข้มข้น ขณะที่ ‘สกลธี’ จวกห้ามรถไฟวิ่งเข้าเมือง ฟาก ‘สุรเชษฐ์’ แนะ เร่งสางโครงการ missing link หลังถูกปล่อยทิ้งร้างกว่า 10 ปี ด้าน ‘พิทักษ์เดช’ แนะ ‘นายกฯ’ บวงสรวงองค์นรสิงห์ใหม่ ห่วงเอาพันธนาการมาคาดเอวนรสิงห์ ทำเกิดอุบัติเหตุเพศภัยหรือไม่

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม หลังจบวาระเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ตัวแทนจากพรรคการเมือง 4 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถขนส่งทางรางในเขตเมืองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ จากกรณีที่รถไฟชนรถโดยสารสาธารณะที่แยกอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่เกิดขึ้น นอกจากจะมุ่งแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างระบบขนส่งแล้ว ควรทบทวนพิจารณาเรื่องเงินเยียวยาผู้เสียหายใหม่ เพราะความผิดมาจากระบบขนส่งของรัฐ ขณะที่ผู้สูญเสียเป็นกลุ่มเปราะบาง รายได้น้อย เป็นเสาหลักครอบครัว จึงควรได้รับการเยียวยาที่สมเหตุผล เท่าที่ทราบได้เงินเยียวยาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 1.7 ล้านบาท และขสมก. 3.4 แสนบาท รวมแล้วประมาณ 2 ล้านบาท ควรพิจารณาเงินเยียวยาใหม่ เมื่อเทียบกับกรณีที่ศาลเคยมีคำพิพากษาให้ขสมก.จ่ายเงินชดเชยกรณีที่ประตูรถเมล์จู่ๆ เปิดขึ้นมา จนมีผู้โดยสารตกรถเมล์เสียชีวิตปี 2547 ที่ศาลให้ชดเชยเงินเยียวยา 9.8 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย รวมเป็น 10 ล้านบาท

ด้าน นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน ขอให้มีการเยียวยาอย่างเหมาะสม หากพบว่า มีหน่วยงานใดที่มีความบกพร่องจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียก็ขอให้มีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังอย่างถึงที่สุด ตนไม่อยากตีกรอบเป็นความประมาทส่วนบุคคล จริงๆเรื่องนี้เราอาจจะต้องพิจารณาให้ลึกลงไปมากกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความประมาทของคนขับรถไฟ รถประจำทาง หรือผู้ควบคุมตู้ให้สัญญาณ แต่ปัญหานี้มีเรื่องที่ซ่อนอยู่หลายปัญหาที่ถูกปล่อยปะละเลยอย่างยาวนาน เราต้องเปลี่ยนขอบมโนทัศน์ที่มองความผิดพลาดส่วนบุคคลไปมองปัญหาเชิงระบบและเชิงโครงสร้าง

“การจอดรถคร่อมทางรถไฟ การเร่งเครื่องรถขณะรถไฟมา ไม่มีสัญญาณเตือนรถไฟดังขึ้น บางครั้ง ผมเห็นกับตา ตำรวจยืนอยู่บริเวณแยกทางรถไฟ แต่ก็มีรถจักรยานยนต์จงใจวิ่งผ่านในขณะที่มีสัญญาณดังขึ้น แล้วตำรวจก็ยืนมองตาปริบๆ ไม่ทำอะไร กรณีแบบนี้ หากเกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียว นี่อาจจะเป็นเรื่องความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่นี่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือสิ่งที่สะท้อนปัญหาของวัฒนธรรมวินัยจราจรและปัญหาเชิงระบบของการกวดขัน การตรวจจับ และการลงโทษทั้งระบบ มีปัญหาเรื่องการบูรณาการระหว่างส่วนของรถไฟและการจราจร แยกราชปรารภ ดินแดง เกิดให้เห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะนอกจากนี้ เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผังเมือง จุดตัดทางรถไฟกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศราว 2,600 จุด ในกรุงเทพมีทั้งหมด 18 จุด เป็นความเสี่ยงที่ถูกฝังไว้ในเมือง” นายเสกสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความล้มเหลวระบบคมนาคมไทยที่ไร้ระเบียบวินัย ทั้งปล่อยให้รถเมล์ไปคร่อมทางรถไฟ การให้รถไฟบรรทุกสินค้าหนักวิ่งเข้าเมือง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจาก 1.สภาพจราจรแยกอโศก-เพชรบุรี บีบให้รถเดินหน้าและถอยหลังไม่ได้ 2.กฎหมายไม่เด็ดขาด เส้นทแยงเหลืองเป็นแค่สีทาถนน ควรบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ห้ามรถค้างบนรางรถไฟ มีการติดกล้องซีซีทีวี ปรับกันจริงจัง หากมีรถเข้าไปในเส้นทแยงเหลือง และใช้กล้องเอไอตรวจจับรถค้างบนราง แจ้งเตือนไปยังคนขับรถไฟ การแก้ปัญหาไม่ควรจบที่หาใครสักคนมารับผิด แต่ต้องจบที่พัฒนาระบบคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก

Advertisement

นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นใน อาจจบปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างปัญหาใหม่ เพราะรถไฟเป็นเส้นเลือดคนมีรายได้น้อย ถ้าไปยกเลิกเท่ากับไกสร้างภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเพิ่มขึ้น ขอให้ไปทบทวนศึกษาให้ดี ขณะเดียวกันเรื่องวิศวกรรมจราจร ต้องไปแก้ระบบสัญญาไฟจราจรให้สอดคล้องกันทุกแยก

จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปราย โดย นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นคือรถเมล์อยู่ในทางรถไฟ ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะรองรับ แต่รถไฟก็มีข้อผิดพลาดหลายประการในการดำเนินการที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งแยกนี้มีปัญหาจริง แต่ไม่มีใครการันตีได้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายแยกที่เป็นปัญหา ซึ่งในแยกที่เกิดอุบัติเหตุมีปัญหาใหญ่ในเชิงกายภาพจริง แต่เมื่อมีปัญหาจริงก็ต้องแก้ แต่อย่าหลงทาง นั่นไม่ใช่การที่นายกฯ ไปดูไซด์งานแล้วพูดมั่วๆ ว่าถ้าให้ขุดอุโมงค์ยั๊วะให้รถโดยไม่ได้ดูข้อเท็จจริงอะไร ไม่ได้การแก้ปัญหาเชิงระบบเลย นอกจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังมาพูดอีกว่าห้ามรถไฟวิ่งเข้าเมือง ตนคิดว่าประเด็นนี้ประชาชนก็ทราบดีว่าการแก้ไขปัญหาอย่างนายกฯ หรือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพูด มันไม่ใช่ มันผิดทาง

“สิ่งที่ควรเร่งทำคือโครงการ missing link หรือโครงการเชื่อมต่อที่ขาดหายไป และโครงการนี้ ครม.อนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ผ่านมา 10 ปี แต่ยังไม่มีทีท่าที่จะเริ่มทำโครงการจริง ถ้าทำโครงการนี้นอกจากจะแก้ปัญหาที่มักกะสันได้แล้วยังสามารถแก้ได้อีก 17 จุด โครงการนี้เจอโรคแทรกซ้อนจากโครงการ 3 สนามบินที่มาเบียดแซง และก่อปัญหาเพิ่มเติม จนทุกวันนี้ยังไม่ได้เริ่มสร้าง รวมทั้งยังมีการปรับแบบอีกหลายครั้ง ก็เลยไม่ได้เริ่มกันสักที และต้องถามไปยังรัฐบาลนี้ว่าตกลงจะเอาอย่างไรแน่ จะขุดอุโมงค์ จะห้ามรถไฟเข้า หรือจะมาช่วยกันเร่งผลักดันโครงการ missing link ที่ขาดหายไป ต้องตอบให้ชัดเจน เพราะตามแผนงานคือแค่จะจ้างที่ปรึกษาโดยวางไว้ที่ปี 72 เริ่มก่อสร้าง จึงอยากได้คำยืนยันจากรัฐมนตรีว่าปี 72 เริ่มก่อสร้างจริงๆ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ฟาก นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนเติบโตมาหน้าสถานีรถไฟซึ่งพบว่ามีช่องโหว่ที่ซับซ้อน จึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข คือ 1.ระบบโครงสร้างพื้นฐานและจุดตัดทางรถไฟ ที่ไม่ได้มาตรฐาน จุดตัดที่เสมอกับระดับถนน และระบบสัญญาณที่ขัดข้อง 2.ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด 3.ผู้ขับขี่รถยนต์และรถโดยสารที่เป็นความประมาท ฝ่าฝืนสัญญาณ ขับคร่อม 4.การบังคับใช้กฎหมาย 5.ขาดการบูรณาการหน่วยงานรถไฟและท้องที่ ซึ่งต้องผลักดันให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและรัฐบาลโดยเฉพาะ และต้องเยียวยาผู้เสียหาย ผู้ที่รับบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน และให้หน่วยงานไปศึกษาแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก

“ด้วยความเป็นห่วง ผมเห็นว่าเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจริงๆ เช่น ธรณีสูบ น้ำท่วมใหญ่ รถไฟชน ชายแดนกระเพื่อม ผมสายมูเหมือนท่านนายกฯ ด้วยประสบการณ์จริงๆ ที่เกิดขึ้น ผมไม่ทราบเป็นเพราะองค์นรสิงห์จำลองที่ท่านนำมาบวงสรวงที่ไม่ทราบว่าผิดหรือถูกหรือไม่ และการที่นายกฯ เอาพันธนาการมาคาดเอวไว้ เอาสายมงคลมาคาดเอวองค์นรสิงห์จำลอง ผมไม่รู้ว่ามันทำให้องค์นรสิงห์ท่านอึดอัดจนเกิดเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่ ฝากให้ท่านนายกฯ แก้ไขและบวงสรวงใหม่ ผมเป็นห่วง เดี๋ยวเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก” นายพิทักษ์เดช กล่าว