สมช. ไฟเขียว ก.พลังงาน ส่งออกน้ำมันเครื่องบินให้เวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ชี้ หากขาดแคลนสั่งระงับได้ เห็นชอบ ขยายเวลาขึ้นทะเบียนคนไร้สัญญาติ ออกไปอีก 1 ปี
เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 3 2569 ว่า ที่ประชุมพิจารณาใน 2 เรื่องหลัก คือ มาตรการในการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร โดยก่อนหน้านี้สมช.มีมติระงับการส่งออกน้ำมันไปนอกราชอาณาจักร ยกเว้น ประเทศเมียนมาและสปป.ลาว
โดยที่ประชุมเห็นชอบ ตามที่กระทรวงพลังงาน มีข้อพิจารณาว่า ขณะนี้มี 2 ประเทศคือ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ที่ร้องขอให้ไทยส่งออกน้ำมันเจ็ทเอ วัน( Jet A-1 ) สำหรับเครื่องบิน ที่ประชุมเห็นว่าการส่งออกน้ำมันชนิดดังกล่าวไม่กระทบต่อน้ำมันภายในประเทศของไทย และเป็นเรื่องดีที่ช่วยลดน้ำมันที่ล้นสต๊อกอยู่ อีกทั้งการดำเนินการเรื่องดังกล่าวอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงพลังงาน ที่สามารถดำเนินการได้ หากถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ขาดแคลนหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้น้ำมัน กรมธุรกิจพลังงาน มีอำนาจระงับการส่งออกได้

นอกจากนั้น ที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลาการรับคำร้อง เพื่อกำหนดสถานะของบุคคลไร้สัญญาติ ตามแนวทางหลักเกณฑ์การให้สถานะการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล กับบุคคลที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2570 โดยให้ยื่นคำร้องได้ที่อำเภอ โดยผู้พิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน คือนายอำเภอ ทั้งนี้เป็นไปตามที่ครม.มีมตินับตั้งแต่ 29 ต.ค.2567 ที่กำหนดระยะเวลาปฎิบัติในการรับคำร้อง ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2568 – 30 มิ.ย. 2569 ปีที่ให้กระทรวงมหาดไทย รับคำร้องพิจารณาการกำหนดสถานะให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นคนไร้สัญชาติ ไปดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะแก้ปัญหาของกลุ่มคนดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน 4.8 แสนคน โดยช่วง1ปีที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการไปแล้ว กว่า 1 แสนคน ดังนั้นการขยายเวลารับคำร้องจึงเป็นการทำงานต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด หากกลุ่มใดที่ไม่มารายงานตัวหรือหายไปจากระบบได้มอบให้กรมการปกครอง แจ้งตรวจสอบทางทะเบียนและปรับตัวเลข ทางทะเบียนให้ถูกต้องและทันสมัย เนื่องจากบางส่วนอาจจะหายไปจากทะเบียนด้วยการเสียชีวิต หรือไปอยู่ที่อื่น
นอกจากนั้น ที่ประชุมรับทราบ มาตรการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน ซึ่งก่อนหน้านี้สมช.เคยมีมติระงับการส่งออกสินค้า โดยมอบกระทรวงกลาโหม ไปดำเนินการออกเป็นพ.ร.ก.การควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน ซึ่งขณะนี้กระทรวงกลาโหม ได้จัดทำประกาศดังกล่าว โดยผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว และในรายละเอียดของประกาศดังกล่าว มีการกำหนดควบคุมพื้นที่จ.บริเวณชายแดนทางด้านเมียนมาและกัมพูชา เพื่อกำหนดสินค้าประเภทต่าง ๆ รวมถึงจำนวน ที่ส่งออกบริเวณชายแดน นอกเหนือจากที่กำหนดไว้เดิมตามความจำเป็นของสถานการณ์

