เท้ง แนะ อนุทิน เชิญ มาครง เยือนไทยก่อนไปเขมร ชี้โอกาสดีแก้ปมชายแดน เร่งขจัดส่วนสินบน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ว่า เป็นการเดินทางที่มุมหนึ่งตนก็เห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็น ซึ่งการเดินทางในลักษณะของคนกลุ่มใหญ่เช่นนี้ ใช้งบประมาณของประเทศค่อนข้างสูง ตนจึงอยากเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงบทบาทและวางยุทธศาสตร์ไทยในเวทีระหว่างประเทศนี้ให้ถูกต้อง
ซึ่งขณะนี้สิ่งที่ตนคิดว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ คือ การทำให้ไทยเป็นหลักยึดของอาเซียนและเป็นสะพานในการเชื่อมอาเซียนสู่ประเทศในสหภาพยุโรป หรือในกลุ่มประเทศ OECD ว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถผนึกกำลังกลุ่มประเทศที่มีอำนาจระดับหนึ่ง ให้เราสามารถมีความเข้มแข็งในกลุ่มประเทศเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถต่อรองกับประเทศมหาอำนาจได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ประเทศไทยต้องทำตามมาตรฐานที่กลุ่มประเทศ OEDC กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ประเทศเรามีความโปร่งใส ขจัดเรื่องส่วยสินบน ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายอำนวยความสะดวกออกแล้วก็อยากให้นายกฯ เทคแอ็กชั่นหรือประกาศต่อเวทีโลก ทำอย่างจริงจังว่าประเทศไทยกำลังเตรียมที่จะลดบทบาทกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งอย่างที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นกับประชาคมโลกเพื่อสร้างโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยได้รับฐานสนับสนุนจากประเทศอื่นๆ และจากประชาคมโลกด้วย นอกจากการไปเยือนประเทศฝรั่งเศสแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้เชิญแอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้มาเยือนประเทศไทย แม้ว่าประธานาธิบดีมาครง จะมีกำหนดการมาเยือนประเทศกัมพูชาในช่วงปลายปี เพื่อมาประชุมกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จริงๆ หากแวะมาประเทศไทยก่อนไปกัมพูชา ก็จะเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น การชักชวนนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งคิดว่าการลงทุนคุณภาพจะสร้างงานคุณภาพ และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่นายกรัฐมนตรีเคยไปพูดในการประชุมอาเซียนซัมมิทว่าโอกาสที่จะทำอาเซียนพาเวอร์กริด นอกจากประเทศจีนที่ปัจจุบันเป็นผู้นำในเรื่องของโซลาร์หรือแบตเตอรี่ แต่ประเทศฝรั่งเศสก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีสัดส่วนคาร์บอนต่ำ ซึ่งเขาอาจมีฐานพลังงานนิวเคลียร์ต่างๆ
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น โจทก์ในการเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ตนคิดว่ามีหัวข้ออีกหลายเรื่องที่นายกฯ จะสามารถใช้เป็นประโยชน์ ขณะที่เรื่องของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ตนและพรรคประชาชนมองว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องกู้เงินเองสักบาท ย้ำว่ารัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้กู้เองสักบาท เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสามารถใช้การลงทุนจากเอกชนและรัฐวิสาหกิจได้ ทำให้ตั้งข้อสังเกตุว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 2 แสนล้านบาทแรกมานั้น มีการยัดไส้ไปใน 4 แสนล้านบาท มีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงหรือไม่

