‘หมอวรงค์’ นำ 3 ผู้ช่วย ส.ส.โชว์ตัวสื่อ ยันแค่นี้เพียงพอ ลั่นหากทำทั้ง ส.ส.-ส.ว.ภายใน 4 ปี จะช่วยลดภาษีได้กว่า 2,500 ล้านบาท ปัดตอบเงินเดือนหมื่นห้าพอใช้หรือไม่ บอกทุกคนต้องมีอาชีพอยู่แล้ว นี่แค่อาชีพเสริม เผยพบช่องโหว่ในสิทธิประโยชน์กองทุนสมาชิกรัฐสภา ลั่นเป็น ส.ส.ไม่กี่วันก็ได้สิทธินี้
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงถึงกรณีจำนวนผู้ช่วย ส.ส. โดยมีการนำผู้ช่วยทั้ง 3 คนของตนเองมาโชว์ต่อด้วย โดย นพ.วรงค์กล่าวว่า มองว่าจำนวนผู้ช่วย ส.ส.มี 3 คนก็เพียงพอแล้ว แม้มีผู้ช่วยแค่ 3 คน ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ทุกวันนี้ และเชื่อว่ายังมีประสิทธิภาพ ซึ่งอีก 5 คนนั้นมองว่ามีความมากเกินจำเป็น ซึ่งการที่ตนลดจำนวนผู้ช่วย ส.ส.ไป 5 คน เป็นการลดภาษีของประชาชนไปประมาณเดือนละ 75,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 15,000 บาทต่อคน ตกปีละ 900,000 บาท
นพ.วรงค์กล่าวว่า แต่หากรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว.ที่มีสมาชิกทั้งหมด 700 คน เห็นพ้องกันว่าจะปฏิรูปสภาให้เป็นแบบอย่างว่าเราจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าทุกคนลดผู้ช่วยเหลือ 3 คน ก็จะประหยัดงบงบประมาณได้ปีละ 630 ล้านบาท และ 1 สมัยของ ส.ส. หรือ 4 ปี เราจะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 2,520 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมการยกเลิกปรับเงินเดือนผู้ช่วย ส.ส. ดังนั้น หากมีการปรับลดจำนวนผู้ช่วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ในช่วงที่บ้านเมืองวิกฤต ที่ประเทศชาติต้องกู้เงินมาดูแลประชาชน พรรคเราก็มีส่วนช่วยในการปรับลดผู้ช่วย ส.ส. ดังนั้น นี่เป็นการยืนยันจุดยืนเดิมในการทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และเป็นการตอกย้ำว่าตนยังทำหน้าที่ได้อย่างสบายๆ แม้จะมีผู้ช่วยเพียงแค่ 3 คน

นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาที่มีการเก็บเงินจาก ส.ส.และ ส.ว.เดือนละ 3,500 บาท เพื่อ 5 สิทธิประโยชน์คือ 1.เงินบำนาญตลอดชีวิต หาก ส.ส.และ ส.ว.ดำรงตำแหน่งเกิน 1 ปีขึ้นไป เริ่นต้นที่เดือนละ 21,300 บาท 2.สิทธิการรักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพประจำปี หรือรักษารากฟัน 3.ให้การศึกษาบุตร 2 คนจนถึงปริญญาตรี รวมทั้งโรงเรียนนานาชาติ 4.กรณีทุพพลภาพจะได้เงิน 15,000 บาท และ 5.หากเสียชีวิตครอบครัวจะได้ 200,000 บาท ซึ่งตนคัดค้านและเรียกร้องให้ยกเลิกบำนาญของ ส.ส. และ ส.ว. เพราะนี่คือภาระของประชาชนที่จะต้องเลี้ยงดู ส.ส. และ ส.ว.คนนั้นเมื่อไม่มีตำแหน่งตลอดชีวิต
นพ.วรงค์ระบุว่า ช่วงที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมาพบช่องโหว่ว่า กรณีมี ส.ส.บัญชีรายชื่อประกาศลาออก และจากนั้นจะมีการดัน ส.ส.บัญชีรายชื่อคนใหม่ขึ้นมา ส่งผลให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เป็น ส.ส.เพียงไม่กี่วันก็จะได้ถึง 4 สิทธิ คือสิทธิที่ 2-5 ซึ่งถือเป็นระเบียบที่หละหลวม ดังนั้น จึงไม่เห็นด้วยที่ ส.ส.และ ส.ว.จะต้องมีบำนาญตลอดชีวิต และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการกองทุนปรับปรุงระเบียบให้รัดกุมขึ้น ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงไม่กี่วันก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ นี่คือการผลาญภาษีของประชาชน
ถามย้ำว่า มองว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เข้ามาพยายามตั้งใจมารับสิทธิดังกล่าวหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิด แต่เมื่อได้เข้ามาทำเรื่องนี้ก็มีการข้อสังเกต แต่เราไม่ได้กล่าวหา เพียงแค่พบว่ามีจุดละหลวมจริง

เมื่อถามว่า เงินเดือนของผู้ช่วย ส.ส.ที่ไม่ได้มีการปรับขึ้นเพียงพอต่อการดำรงชีพหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า การแต่งตั้งผู้ช่วย ส.ส.เป็นเพียงการใช้ประโยชน์ส่วนตัวนักการเมือง นี่เป็นประสบการณ์ที่ตนเคยเจอที่ใช้เพื่อแปรสภาพ เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง ไม่ใช่คนทำงานจริงๆ ถ้าจะเอาคนมาทำงานจริงๆ ยืนยันว่า 3 คนก็เพียงพอ แต่ทั้งหมดนี้ต้องรอดูความชัดเจนจากคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือ กร.สภา ที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ เช่นเดียวกันกับเรื่องเงินเดือนที่ทางคณะกรรมการจะมีการปรับให้สอดคล้องหรือไม่
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ช่วย ส.ส.ทั้ง 3 คนของ นพ.วรงค์ว่าเงินเดือน 15,000 บาทเพียงพอต่อการดำรงชีพหรือไม่ แต่ นพ.วรงค์ได้ตอบคำถามแทนว่า แต่ละคนมีอาชีพประจำ ซึ่งนี่คือรายได้พิเศษในการมาเป็นผู้ช่วย ส.ส. และตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส.ไม่ใช่อาชีพ แต่เป็นการอาสาเข้ามาช่วยงาน ฉะนั้น เงินที่ได้รับมาเป็นเงินพิเศษ ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่มีอาชีพ ซึ่ง ณ ขณะนี้คนที่จะมาเป็นผู้ช่วย ส.ส.ของตน จะเลือกเฉพาะคนที่มีอาชีพ

