หน้าแรก การเมือง ผู้ว่าฯภูเก็ต...

ผู้ว่าฯภูเก็ต ขอกรมป่าไม้-อุทยาน ลงมาจัดการปัญหารุกที่ จ่ออัพเดตนิยาม ผู้มีอิทธิพล เร่งคุมไม่ให้โต

21.05.26 | 15:23 น.

‘ผู้ว่าฯภูเก็ต’ ชี้ต้องใช้กฎหมายเคร่งครัด แก้ปัญหาบุกรุกที่ดินสาธารณะในพื้นที่ แนะส่วนกลางต้องลงมาช่วยดู โดยเฉพาะ ‘กรมป่าไม้-กรมอุทยานฯ’ เหตุรู้รายละเอียดมากกว่า เตรียมอัพเดตคำนิยาม ‘ผู้มีอิทธิพล’ ให้ชัดประกอบการจัดทำบัญชีแดง พร้อมเผยหลังเชิญสถานกงสุลในภูเก็ตหารือ ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติทำตัวกร่างนิ่งขึ้น

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในการนำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปปัญหาต่างๆ ที่พบในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ มีความเห็นตรงกันว่าต้องมีการจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรม, การบริหารจัดการที่ดิน และการกระจายอำนาจ ซึ่งที่ดินที่เป็นการบุกรุกโดยนายทุน และใช้ประชาชนบังหน้า ต้องจัดการด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายนิรัตน์กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่ดินสาธารณะในพื้นที่ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้รุนแรงในระดับจังหวัดน่าจะรับมืออยู่ แต่พื้นที่ที่มูลค่าสูง เช่น จ.ภูเก็ต และ จ.สุราษฎร์ธานี มีความพยายามที่จะต่อสู้เพื่อจะครอบครองสูง ตรงนี้หน่วยงานส่วนกลางต้องลงมาในพื้นที่ จะปล่อยให้หน่วยงานระดับจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดไปชนอย่างเดียว ตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงวันไหน เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป่าไม้ รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติป่าและพันธุ์พืช ต้องลงพื้นที่จัดการเองด้วย เพราะรายละเอียดทั้งหมดอยู่กับหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่หน้างานจะดูตามเอกสารตามเนื้อผ้า ขณะที่ฝ่ายปกครองและตำรวจในจังหวัดจะดำเนินการตามเอกสารหมายศาลของคดีได้เท่านั้น หากลงลึกกว่านั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมาดู

ผู้ว่าฯภูเก็ตยังกล่าวถึงปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพล ซึ่งฝ่ายตำรวจขอให้มีการอัพเดตคำนิยามของผู้มีอิทธิพลให้ชัดเจน เพื่อประกอบการจัดทำฐานข้อมูลและบัญชีแดง จะได้ดำเนินการต่อไป ที่สำคัญจะต้องไม่ให้โตไปกว่านี้ เพราะถ้าโตจะจัดการลำบาก จากนั้นจะเป็นขั้นตอนดำเนินการปราบปราม และคุ้มครองพยานตามขั้นตอนของฝ่ายความมั่นคง

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไปทั่วประเทศ ภาคใต้อาจจะไม่หนักเท่าไหร่แต่ต้องมีการจัดตั้งกลไกแก้ปัญหาให้ลึกลงไปถึงระดับอำเภอ ซึ่งฝ่ายตำรวจและฝ่ายปกครองเห็นตรงกันในเรื่องนี้

Advertisement

ขณะที่ปัญหาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ถ้าพื้นที่ทั่วไปจะมองในมิติของนักท่องเที่ยวถูกทำร้าย แต่ในภาคใต้มีการเพิ่มในมิตินักท่องเที่ยวถูกทำร้ายโดยคนไทยกับนักท่องเที่ยวเริ่มมีพฤติกรรมทำร้ายหรือสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดหนาแน่น เช่น จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และ จ.พังงา

วิธีแก้ไขคือต้องควบคุมธุรกิจและกิจกรรมเสี่ยงในบางกิจกรรมที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น ธุรกิจรถเช่า ที่ต่างชาติเช่ารถแล้วขับตรงนี้ไม่มีกฎหมายควบคุม จึงเสนอให้มีกฎหมาย รวมถึงเรือ หรือกิจกรรมทางน้ำที่ไม่มีกฎหมายรองรับ จะต้องเร่งให้ออกกฏหมาย และต้องพัฒนาระบบซีซีทีวีแบบเรียลไทม์

ผู้ว่าฯภูเก็ตกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการสร้างความร่วมมือกับสถานทูตและสถานกงสุลเพื่อให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมาย โดยช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมา มีการเชิญสถานกงสุลทั้งหมดในภูเก็ตมาพูดคุยถึงภาพรวม รวมถึงการเจาะลึกเฉพาะชาติที่มีความน่ากังวล เป็นการขอพูดคุยแบบจริงจัง รวมถึงบังคับใช้กฎหมายโดยที่ไม่มีการประนีประนอม ซึ่งเป็นการพูดคุยกันชัดเจนว่าจะมีการดำเนินคดีโดยไม่ห่วงเรื่องการท่องเที่ยว ถ้าความผิดร้ายแรงจะถูกส่งกลับประเทศ หากถึงขั้นจำคุกจะถูกแบล๊กลิสต์ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้เริ่มนิ่ง แทบไม่กระเพื่อม หลังจากดำเนินการอย่างจริงจัง