หน้าแรก การเมือง บิ๊กดุลย์ ลุย...

บิ๊กดุลย์ ลุยนโยบาย ‘ทหารอาสา’ เตรียมร่างกฎหมายตั้ง ‘ศร.ทอ.’ ดูแลผลประโยชน์ชาติทางอากาศ

21.05.26 | 17:14 น.

‘บิ๊กดุลย์’ มอบนโยบาย 12 ด้าน 5 เรื่องเร่งด่วน ลุยนโยบาย ‘ทหารอาสา’ จากรากหญ้าสู่อากาศ ย้ำแนวทางแก้ไขปัญหา จว.ชายแดนใต้ เตรียมร่างกฎหมายตั้ง ‘ศร.ทอ.’ ดูแลผลประโยชน์ชาติทางอากาศและอวกาศ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานที่ประชุมว่า รมว.กลาโหม ได้มีการมอบนโยบายให้หน่วยขึ้นตรงและเหล่าทัพต่างๆ 12 ด้าน เช่น การเทิดทูนสถาบัน ป้องกันอธิปไตย-ชายแดน สันติสุขชายแดนใต้ และการดูแลกำลังพล ตลอดจนเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก


นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ได้มอบนโยบาย 5 เรื่องสำคัญเร่งด่วน ประกอบด้วย นโยบายความมั่นคง นอกจากการเสริมสร้างความมั่นคงของเหล่าทัพ ต้องมีการยกระดับชีวิตทหารและประชาชนในพื้นที่ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวชายแดน

ขณะที่นโยบายทหารอาสา ตามแนวคิดจากรากหญ้าสู่อากาศ ซึ่งหมายถึงเมื่อสมัครเข้ามาเป็นทหารแล้ว ต้องได้รับโอกาสทางการศึกษา มีการฝึกทักษะทางอาชีพ ซึ่งจะทำให้เกิดความก้าวหน้าในอนาคต โดยถือเป็นการปูทางเพื่อบรรจุทหารอาสาไปสู่ระบบคัดเลือกแบบสมัครใจในระยะยาว

พร้อมทั้งการดูแลกำลังพลและทหารผ่านศึก ให้มีการเชิดชูวีรกรรมทหารกล้า ดูแลสิทธิกำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ กรณีการเสียชีวิตให้ดูแลทายาทหรือผู้มีสิทธิอย่างเหมาะสม เช่น การได้สิทธิรักษาพยาบาลต่อเนื่องตามมติ ครม.

Advertisement

นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยชูแนวคิดการพึ่งพาตนเอง ให้ทุกหน่วยสนับสนุนและใช้ผลิตภัณฑ์การป้องกันประเทศ ขณะเดียวกันให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดขึ้นได้ ท้ายที่สุดคือเรื่องการแก้ปัญหา จว.ชายแดนภาคใต้ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง โดยเน้นย้ำการให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ทั้งทางยุทธศาสตร์และการสื่อสารทางสาธารณะ เพื่อให้ทันยุคข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน

นาวาโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมได้รายงานความคืบหน้าแผนการจัดหาดาวเทียม นภา 3 และ 4 ในปี 2569 เพื่อพร้อมขึ้นสู่อวกาศ ปี 2572 โดยดาวเทียมนภา 3 และ 4 จะมีคุณสมบัติเพิ่มความคมชัดพิกเซลของภาพถ่ายลงมาสู่ภาคพื้นดิน

ขณะเดียวกันจะมีการปรับปรุงพัฒนา และบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับอวกาศ ทั้งในโรงเรียนจ่าอากาศและโรงเรียนนายเรืออากาศ เพื่อให้กำลังพลทุกระดับได้มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อพร้อมในการปกป้องผลประโยชน์ชาติในห้วงอวกาศของไทยมูลค่านับล้านล้านบาท ซึ่งกองทัพอากาศก็จะมีการตั้งศูนย์อำนวยรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ (ศร.ทอ.) โดยจะต้องมีการร่างกฎหมายรองรับต่อไป