นายกฯ ขอบคุณ “ผู้ว่าฯ-ตร.” ระดมสมองสางปัญหาบนความหวังประชาชน พร้อมส่งข้อมูลบุกรุกป่าพื้นที่ภาคเหนือต่อ สุชาติ แซว ผมรู้จักเขามากพอสมควร แม้นักเลงแต่เป็นคนใช้ได้ แค่พูดผิดเวลา
เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รับฟังการนำเสนอสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล
โดยนายกฯ กล่าวปิดการประชุมว่า จากการรับฟังการสรุปของผู้แทน ของ 4 หน่วยงานระดับปฏิบัติการ ได้ให้บทสรุปเรื่องปัญหาต่าง ๆ อย่างปัญหานอมินี ที่ให้มีความผิดเท่ากับการฟอกเงิน การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่มีอะไรที่ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่ข้าราชการไทยจะทำเพื่อคนไทยไม่ได้ แต่สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามระเบียบ
ส่วนการเอกซเรย์ผู้มีอิทธิพล ตนเห็นต่างกับท่าน เพราะผู้มีอิทธิพลไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่อาจจะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวให้คนทำความดี เป็นที่พึ่งพิงของคนได้ ทุกคนก็มีอิทธิพลกับตน ทั้งอิทธิพลทางความคิดในรูปแบบการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าบางอย่างตนก็มีอิทธิพลกับท่าน สิ่งเหล่านี้ไม่มีปัญหา ตนจึงบอกให้ยิงไปตรง ๆ คนเหล่านี้ไม่ใช่คนมีอิทธิพล แต่คนเหล่านี้คืออันธพาล นักเลงก็ไม่ใช่ ไม่ใช่คนดีแน่นอน และยังเน้นย้ำ อย่าทำงานแบบไฟไหม้ฟางใช้กฎหมายมาดำเนินการ
โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ยังกล่าวถึง การหารือเรื่องของการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งจะนำข้อมูลไปส่งต่อยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะกล่าวติดตลกว่า “เรายังไม่รู้จักเขาน้อยไปหรอกครับ ผมรู้จักเขามากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ เป็นคนนักเลง บางทีพูดผิดเวลานิดหน่อยเท่านั้น แต่ก็ได้มีการขอโทษคู่กรณีแล้ว” ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวต่อว่า การบังคับใช้กฎหมายกับพวกมาเฟียท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ถือเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนเห็นพ้องกันว่าเราจะต้องดำเนินการสิ่งเหล่านี้ ส่วนภาคอีสาน ตนชอบคำที่ผู้ว่าโคราชพูด ซึ่งท่านมีคอนเซ็ปต์ ว่ายาเสพติดต้องซีลชายแดนด้วย จะได้ไม่ต้องเข้ามาพักตามแนวชายแดน
นายกฯ กล่าวอีกว่า ความเป็นนายกฯในรัฐบาลชุดนี้ ตนจึงตัดสินใจที่จะดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง ไม่ได้ให้รัฐมนตรีคนใดมากำกับดูแล ตนเข้ามาทำงานกับท่านในสมัยแรกมีเหตุการณ์มีความรุนแรงและซีเรียสมากมาย ทำให้ตนต้องทำงานกับพวกท่านอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กองทัพไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง การที่อยู่ตรงนี้สามารถสื่อสารกับท่านโดยตรง ความเป็นเพื่อนร่วมงาน การสนับสนุนจะตัดสินใจได้เร็ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ที่สำคัญคือความไว้เนื้อเชื่อใจกันถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่วางยากไม่สอดไส้ หรือมุ่งทำลายซึ่งกันและกัน ก็จะไม่มีที่ยืนให้กับอันธพาลในประเทศ จึงขอฝากให้ตระหนัก และอย่าได้ท้อแท้หรือท้อถอยในภารกิจที่พวกเราทุกคนมีความรับผิดชอบ
นายกฯ กล่าวว่า อีกหนึ่งคำที่เป็นคีย์เวิร์ดในวันนี้ เป็นคำของผู้การฯ จ.สุราษฎร์ และผู้ว่าฯ ภูเก็ต ข้อมูลคืออำนาจ “Information is Power” ขอให้มีการทำแพลตฟอร์มกลาง เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลจากผู้ป่วยเชื่อมโยงกัน เป็นสิ่งที่กำลังทำ และเดินหน้าต่อไปเพราะต้องเข้าโออีซีดี และทำอีกหลายกิจกรรมที่จะทำให้ไทยเข้าคุณสมบัติที่จะได้ถือว่าเป็นประเทศ ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับประชาคมโลกได้ หรือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ก่อนย้ำว่า สิ่งที่จะเป็นความกดดันคือความคาดหวังของประชาชนจะบังเกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะเกิดสิ่งดี ๆ ให้กับประชาชน

