หน้าแรก การเมือง มาร์ค ยันสัปด...

มาร์ค ยันสัปดาห์นี้ยุติแน่ ยื่นแก้ไขรธน. ไม่แปลกใจไร้ร่างครม. เหตุรบ.ไม่ประสงค์ทำเรื่องนี้

22.05.26 | 12:48 น.

”อภิสิทธิ์“ เผยสัปดาห์หน้าได้ข้อยุติยื่นร่างแก้ไขรธน. ชี้ร่าง ภท..แตกต่างเรื่องการมีส่วนร่วมของปชช. ไม่แปลกใจไม่มีร่างของครม.เหตุรบ.ไม่ประสงค์ทำเรื่องนี้

เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มีจำนวนของ ส.ส.ไม่พอที่จะยื่นร่างของพรรคฯได้ จึงได้มีการปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองอื่น ที่มีจำนวนสมาชิกไม่พอเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ก็ค่อนข้างจะตรงกันในเชิงของหลักการที่จะยื่น คือ 1.ต้องเป็นการสร้างกระบวนการให้ได้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากของพรรคภูมิใจไทย และ 2.จะต้องไม่มีการไปแก้ไขหมวดหนึ่ง หมวดสอง ซึ่งก็จะแตกต่างจากร่างของพรรคประชาชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น เรามีความเห็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในการคัดเลือก สสร. รวมถึงการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการจัดทำเสร็จ ซึ่งมีรายละเอียด และมีความแตกต่างกันบ้างระหว่างแต่ละพรรคที่คุยกันอยู่ในขณะนี้ แต่เชื่อว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีข้อยุติ จะสามารถเสนอเข้าไปได้ ซึ่งตอนนี้ได้คุยกันว่าแต่ละพรรคก็จะไปทำข้อเสนอของตัวเองมา และจะมาตกลงกันในสัปดาห์หน้า

นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตนได้เห็นร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทย ก็เห็นได้ชัดว่าแตกต่างในเรื่องของขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน เป็นเรื่องของการสมัครเข้ามาเฉยๆ ไม่มีกะบวนารของการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางไปกว่านั้น นอกจากนั้นการเลือกตัวสสร. ก็จะมีปัญหา ซึ่งพยายามจะทำทั้งเรื่องหลัก สัดส่วน และจังหวัดก็จะมีความสับสนอยู่

เมื่อถามถึงการเสนอร่างฯ ของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอในนามพรรค ซึ่งตามปกติกฎหมายสำคัญ คณะรัฐมนตรี(ครม.)จะต้องเป็นผู้เสนอนั้นมองอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น มันเป็นเรื่องของการจะกำหนดว่ารัฐบาลจะมีจุดยืนหรือไม่ ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไม่ได้เขียนในนโยบายตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ตนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ที่ไม่มีร่างของครม. เพราะว่ารัฐบาลไม่ประสงค์ที่จะทำเรื่องนี้ ก็ให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองไป ซึ่งก็เป็นจุดยืนที่มีได้ แต่คนจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่รัฐบาลก็บอกชัดตั้งแต่ต้นว่าไม่ทำเรื่องนี้ จึงไม่เขียนในนโยบาย

เมื่อถามว่ารายละเอียดที่พูดคุยกับแต่ละพรรคการเมืองในการยื่นร่างฯนั้นจะเป็นคนละร่างฯ หรือร่างฯ เดียวกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่ว่าแต่ละฝ่าย จะไปยกร่างมาว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าสมมติว่าปรับเข้าหากันได้ ก็เสนอร่างเดียว แต่ถ้ามีความแตกต่างกัน อาจจะใช้วิธี เสนอคนละร่าง และช่วยกันเซ็นสนับสนุนเพื่อให้ สามารถเสนอเข้าไปได้ทุกร่างฯ โดยคาดว่าจะสามารถยื่นได้ในสัปดาห์หน้า

Advertisement

ต่อข้อถามถึงการมีส่วนร่วมประชาชนจำเป็นหรือไม่จะต้องให้ ประชาชนเป็นผู้เลือก สสร. เพราะอาจจะเข้าข่าย ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แนวคิดของตน ขณะนี้คืออยากใช้วิธีการหยั่งเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์แปลว่า ให้ประชาชนสามารถที่จะแสดงความเห็น เกี่ยวกับตัวสสร. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่คิดระบบนี้ จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในวงกว้าง และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องไปเลือกตั้ง แบบเดียวที่เราเลือกตั้งสส. แต่ถ้ามีข้อทักท้วงว่า คนที่ไม่มีโทรศัพท์จะทำอย่างไร ตรงนี้ก็อาจจะเปิดโอกาสให้ประชาชนไปลงทะเบียน ในตำบลของตัวเองแล้วใช้สิทธิ์ ก็ถือเป็นอีกทางหนึ่ง ทั้งหมดก็คือไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่เป็นการหยั่งเสียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นชื่อที่ได้มา ก็ไม่ใช่ชื่อสุดท้าย เพราะต้องเอามาให้สภาเลือกอีกครั้งหนึ่ง

“วิธีนี้อาจจะเป็นความต่าง ที่พรรคประชาธิปัตย์คิดอยู่ในขณะนี้ เข้าใจว่ายังไม่ตรงกับพรรคอื่น ซึ่งพรรคการเมืองที่ได้พูดคุยกัน ในแต่ละพรรคก็มีความคิดของตัวเอง เกี่ยวกับการที่จะได้มาของ สสร. ผมเข้าใจว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก็เหมือนกับพรรคประชาชน ที่ต้องการให้เหมือนกับการเลือกตั้ง แต่ว่าเป็นการเลือกเกินจำนวนเข้ามา แต่ของพรรคประชาธิปัตย์คิดถึงเรื่องการไม่ให้เสียเวลา และเรื่องการมีค่าใช้จ่าย ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า แต่ก็สุดแล้วแต่ เพราะ วิธีการนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมาหลายสมัย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ มองถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าจะเดินทางไปถึงจุดไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเรียนตรงๆว่า มันอยู่ที่ความตั้งใจของผู้ที่มีอำนาจ ซึ่งวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ คือสว.เขาก็มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในการที่จะไม่ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แม้เสียงของสว.จะเป็นเสียงต่างหากของเสียงข้างมากในรัฐสภาเพราะฉะนั้น ถ้าเขาไม่ยอมให้ผ่านก็ผ่านยาก เช่นเดียวกันถ้าเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่เสียงของฝ่ายค้าน ไม่ได้ตามเงื่อนไขมันก็ผ่านไม่ได้

“ใจผมตั้งแต่ไหนแต่ไร ก็พยายามจะบอกว่า ความจริงมันหาฉันทามติให้ได้ระดับหนึ่ง ผมจึงน่าเสียดายว่า ถ้าครม. ยืนยันร่างเดิม ที่เคยเข้าสภา และกรรมาธิการเคยพิจารณาเสร็จแล้ว ก็เอาตรงนั้นเป็นตัวตั้ง เราก็จะหลีกเลี่ยงการถกเถียง หลายต่อหลายเรื่องได้ แต่เมื่อรัฐบาลตัดสินใจไม่ทำอย่างนั้น เราก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ จึงไม่ง่ายที่จะให้ทุกอย่างราบรื่น เพราะช่องว่างยังมีอยู่ และประเด็นใหญ่ใหญ่ที่เป็นความต่างชัดเจนในตอนนี้ คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนว่าจะเอากันมากน้อยแค่ไหน กับปัญหาเรื่องหมวดหนึ่งหมวดสอง ก็จะกลับมาอีก ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนการกำหนดอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนนำไปจัดการออกเสียงประชามตินั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายที่เห็นด้วย ก็มองว่า ล้อตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในการให้ความเห็นชอบ แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ความเห็นก็แตกต่างกันไป และมีการปรับจำนวน ที่พรรคภูมิใจไทยปรับจาก 1 ใน 3 เป็น 1 ใน 4 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดคุยกันเบื้องต้น อาจจะลดลงไปอีก ก็จะดี

เมื่อถามว่า ควรจะมีการกำหนดอำนาจพิเศษนี้หรือไม่ เพราะ สว.จำนวนหนึ่งก็ต้องการให้มีการกำหนดไว้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องเข้าใจหลักรัฐธรรมนูญ เป็นกติกาที่ใช้กับทุกคน สร้างความได้เปรียบ เสียเปรียบได้ ที่เขามีบทบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญ เพียงป้องกันไม่ให้เสียงข้างมากมากำหนดทุกเรื่อง ดังนั้น แม้จะเสียงข้างมากในรัฐสภา หากจำนวน สว. หรือ ฝ่ายค้านไม่ถึงในระดับหนึ่ง ก็มองว่า ควรจะเปิดโอกาสให้ทักท้วง เพราะหากไม่มีการกำหนดเกณฑ์ใดเลย การไปยกร่างรัฐธรรมนูญตามเสียงข้างมาก ก็สามารถลากทุกอย่างไปได้ และเสียงข้างน้อย ก็ไม่ได้มีสิทธิใด ๆ เพียงแต่ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ที่ สสร.ยกร่างแล้วเสร็จก่อนการนำไปจัดการออกเสียงประชามตินั้น ไม่ได้เป็นการเสนอจาก สส. หรือพรรคการเมือง แต่เป็นการยกร่างโดย สสร.ที่ผูกพันกับรัฐสภา