ทนายอั๋น หอบหลักฐานยื่นศาลรธน. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ขนข้อมูล สมชัย-ดร.เรือบิน ส่งเพิ่ม
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีหนังสือแจ้งให้ตนจัดทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรตามประเด็นที่ศาลกำหนดรวม 5 ประเด็น โดยให้จัดส่งภายในกรอบเวลา 15 วัน ซึ่งตนในฐานะหนึ่งในผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดกำกับอยู่นั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายหรือไม่
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ ตนไม่ได้มีเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังได้แนบข้อมูลและข้อเท็จจริงหนาหลายร้อยหน้าของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. รวมทั้งข้อมูลของ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ “ดร.เรือบิน” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากบุคคลทั้งสองถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้
นายภัทรพงศ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ก่อนถึงวันเลือกตั้งได้มีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นล็อตใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีการนำบัตรไปพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน รวมถึงพฤติกรรมของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ซึ่งกปน.เป็นผู้คุมต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและยังมีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกด้วยจึงเป็นเรื่องที่ไม่อยาก หรืออีกกรณีหนึ่งคือ หัวคะแนนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำ 3 ตัวท้ายของบัตรเลือกตั้งแล้วไปถ่ายรูปในตอนเลือกตั้ง ซึ่งก็จะสามารถทำให้ทราบตรวจสอบย้อนถึงต้นขั้วได้ว่าเป็นใคร ทั้งนี้ตนน่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า ว่าจะมีคำสั่งวินิฉัยเลยหรือไม่ หรืออาจจะต้องเรียกเอกสารใดเพิ่มเติม หรือนัดสืบพยานทั้ง 2 ฝ่าย
พร้อมกันนี้ ตนยังได้ยื่นเสนอตัวเพื่อขอเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในการสืบพยานไต่สวนสอบสวนของฝั่งผู้ร้อง เพื่อทำหน้าที่หักล้างพยานหลักฐานของทาง กกต. ที่ก่อนหน้านี้เคยอ้างชื่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม และบุคคลอื่นๆ เข้ามาเป็นพยาน โดยตนขอยืนยันว่าเรื่องบัตรเลือกตั้งนี้ไม่เป็นความลับ และการมีบาร์โค้ดรวมถึงคิวอาร์โค้ดบนบัตรไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่เป็นสิ่งที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
“สำหรับคดีนี้ผมว่าน่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งวินิจฉัยในคดีนี้เลยหรือไม่ หรืออาจจะมีคำสั่งเรียกเอกสารใดๆ เพิ่มเติม หรือจะมีการนัดสืบพยานของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งผมเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องนี้จบแน่นอน” นายภัทรพงศ์ กล่าว

