“ทวี สอดส่อง“ ห่วง 89 สว. ข่มขู่กดดัน ”เท้ง“ ผู้นำฝ่ายค้าน ชี้สะท้อนวิกฤตประชาธิปไตย ต้องเร่งแก้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นวาระแห่งชาติ
จากกลุ่ม ส.ว.จำนวน 89 คน ได้ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กรณีกล่าวพาดพิง ส.ว.ว่ามีลักษณะไม่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย รวมถึงอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน โดยเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์แถลงขอโทษภายใน 3 วัน มิเช่นนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากฝ่ายการเมืองที่มองว่า การออกมาเรียกร้องและกำหนดกรอบเวลาเช่นนี้ อาจเข้าข่ายการกดดันเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายนิติบัญญัติ
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ แสดงความเห็นกับสื่อมวลชนต่อกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีอคติหรือเข้าข้างฝ่ายใด แต่ต้องการสะท้อนหลักการประชาธิปไตยและบทบาทของผู้แทนประชาชน
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะตัวแทนของประชาชน ต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ และการที่นายณัฐพงษ์ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อเป็นบุคคลสาธารณะ ฝ่ายที่ถูกวิจารณ์ควรออกมาชี้แจงด้วยเหตุผล มากกว่าการแสดงท่าทีที่อาจถูกมองว่าเป็นการข่มขู่
นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังตั้งข้อสังเกตต่อแถลงการณ์ของกลุ่ม ส.ว. 89 คน ว่ามีหลายประเด็นที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและหลักการรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีที่ ส.ว.อ้างว่า ตนเองเข้าสู่ตำแหน่งผ่านกระบวนการเลือกกันเองตามระบบกลุ่มอาชีพ และหากยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาล ก็ต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมาย
หัวหน้าพรรคประชาชาติระบุว่า แม้ประเด็นทางกฎหมายจะยังไม่มีคำตัดสิน แต่ในทางการเมืองยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ซึ่งเป็นอีกมิติสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน เพราะตำแหน่งผู้แทนในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้วัดเพียงความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย แต่ยังต้องได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับจากประชาชนด้วย
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม ส.ว. อ้างอิงความชอบธรรมจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งผ่านการทำประชามติ โดยระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนกว่า 61.10% สนับสนุนการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
พ.ต.อ.ทวี มองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนอย่างชัดเจนว่า ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการโครงสร้างทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอีกต่อไป และถือเป็น “สัญญาณจากเจ้าของอำนาจอธิปไตย” ที่ส่งตรงมายังรัฐสภาให้เร่งเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว
นอกจากนั้น พ.ต.อ.ทวี ระบุด้วยว่า สิ่งที่กลุ่มส.ว. ควรทำมากกว่าการตอบโต้หรือกดดันฝ่ายค้าน คือการเปิดรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม และพิสูจน์บทบาทของตนเองผ่านการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ควรถูกยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ของรัฐสภาในเวลานี้

