สีหศักดิ์ เผย น่ายินดี มาครง ขอพบ นายกฯ ไทยวงเล็ก เตรียมหารือรับมือโลกไร้กติกา-ปัญหาพลังงานช่องแคบฮอร์มุซ ดัน FTA ไทย-EU จบปี 69 ชวน ฝรั่งเศสลงทุนเศรษฐกิจสีเขียวในไทย พร้อมแจง ปม ไทย-กัมพูชา ลั่น ไม่ยอมแน่นอนให้มาใส่ร้ายไทยฝ่ายเดียว
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะได้พบหารือ นายเอ็มมานูเอล มาครอง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสเดินทางเยือนฝรั่งเศสช่วงค่ำวันนี้ (25 พฤษภาคม) ว่า การพบกันในครั้งนี้ที่น่ายินดีคือฝ่ายฝรั่งเศส โดย ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครอง ขอพบ นายกรัฐมนตรี เป็นการหารือกลุ่มไม่ใหญ่ ซึ่งฝ่ายไทยมีรองนายกรัฐมนตรีบางท่านเท่านั้น
สำหรับการหารือ คาดว่าจะเป็นการหารือถึงสถานการณ์โลก เพราะฝรั่งเศสมีความเป็นห่วงเรื่องโลกที่กำลังไร้กติกา จะทำอย่างไรให้ประเทศที่เป็นประเทศระดับอำนาจกลาง ประเทศเล็ก สามารถจะร่วมมือกันในการรักษาโลก ที่ยึดมั่นอยู่ในกติกา และที่ให้ความสำคัญกับพหุภาคีนั่นก็คือความร่วมมือระหว่างระหว่างประเทศในการเผชิญความท้าทาย เพราะขณะนี้ยุโรปมีความเป็นห่วงจากนโยบายของสหรัฐฯ แน่นอนว่าเมื่อก่อนสหรัฐฯเป็นผู้ค้ำจุนระเบียบโลกที่ยึดมั่นกับกติกา แต่ขณะนี้สหรัฐฯไม่ได้แสดงบทบาทนั้นแล้ว ดังนั้นประเทศที่มีความเห็นตรงกันของโลกที่ควรมีกติกาก็ควรจะร่วมมือกันมากขึ้น
ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็คงเป็นเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกัน โดยฝรั่งเศสเป็นกลุ่มริเริ่มเรื่องการสร้างหรือรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดอยู่ และฝรั่งเศสอยากให้มีมาตรการต่างๆเป็นหลักประกันเรื่องเสรีภาพ ความปลอดภัย ในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีข้อยุติการขัดแย้ง ถ้าเราจะนำความมั่นคงมาสู่ช่องแคบฮอร์มุซ แนวทางที่ดีที่สุดคือการส่งเสริมให้มีสันติภาพ ซึ่งฝ่ายไทยและฝ่ายฝรั่งเศส เห็นว่าการเจรจาที่มีขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต้องพยายามให้นำไปสู่ข้อยุติให้ได้เพื่อนำสันติภาพกลับมา เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซได้เปิดใช้งานปกติ ที่จะเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ความมั่นคงทางด้านพลังงานด้วย

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า เรื่องที่ฝรั่งเศสสนใจที่จะถามจากไทย คือสถานการณ์ไทยกับกัมพูชา ซึ่งเราก็ทราบดีว่าที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้าหาฝ่ายฝรั่งเศสในระดับต่างๆ คงเป็นการให้ข้อมูลฝ่ายเดียว โดยวันนี้นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงตามข้อเท็จจริง ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ และอธิบายถึงการหารือของผู้นำไทยกัมพูชาในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการหาทางในการค่อยๆ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เพราะถ้าไม่มีเรื่องความไว้ใจการแก้แก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องเขตแดนทางบกทางทะเลไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขได้โดยง่าย ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายกัมพูชาควรเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกัน ไม่ใช่เสนอให้มีกลไกระงับข้อพิพาท โดยภาคบังคับหรือกลไกประนีประนอมโดยบังคับ เราคิดว่าต้องหาทางพูดคุยกันสองฝ่ายก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้ รวมถึงเรื่องเขตแดนทางบกด้วย และการพูดคุยทางเทคนิคเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วก็ต้องไปดูว่าเดินหน้ากันอย่างไร เพราะเราจะพูดถึงการปักปันเขตแดนโดยลำพังไม่ได้ เราต้องพูดถึงเรื่องความมั่นคงชายแดน บรรยากาศที่เรามีความร่วมมือกันมากขึ้นตามชายแดน การประชุมตามกรอบ เช่น คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และ คณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) เป็นต้น โดยเป็นการสร้างความมั่นใจระหว่างกัน เพื่อให้สามารถเดินหน้าปักปันเขตแดน
“ถ้าฝ่ายกัมพูชายังคงใช้วิธีแบบกัมพูชา คืออยากเจรจา แต่ขณะเดียวกันก็ไปฟ้องประเทศไทย อย่างในเวที UN หากทำแบบนี้ก็เดินไม่ได้มันยากมาก เพราะฉะนั้นเขาต้องเลือก เขาจะเอาแบบไหน ไปแบบเหมือนเดิม ที่เราก็โต้กันไปโต้กันมา ไทยก็พร้อมที่จะไปตามเส้นทางนี้ เราไม่ยอมแน่นอนที่จะให้เขามาใส่ร้ายเราฝ่ายเดียว หรือ ที่เราตกลงกันที่เซบู ว่า เราจะมองไปข้างหน้า เราพยายามที่จะละเว้นเหตุการณ์ในพื้นที่ ละเว้นการใช่ถ้อยแถลงต่างๆที่ไม่เอื้ออำนวย ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง“ นายสีหศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้คาดว่าจะมีการหารือถึงสถานการณ์เมียนมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝรั่งเศสก็ให้ความสนใจ เพราะบทบาทของไทยริเริ่มเรื่องการกลับไปมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา แต่ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์เพื่อรับรองรัฐบาล ซึ่งต้องยอมรับความเป็นจริงว่าหลังจากการเลือกตั้งก็ต้องเดินหน้าต่อไปในเรื่องกระบวนการสันติภาพ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องพูดคุยกับเมียนมาเพื่อให้กลับมาสู่อาเซียน เพราะเมียนมาถูกโดดเดี่ยว และอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจซึ่งไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพในภูมิภาค อีกทั้งที่ผ่านมาประเทศไทยก็มีมีบทบาทในเรื่องนี้ ตนได้พบกับ พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ได้มีการพูดถึงเรื่องของอองซานซูจี ภายหลังหลังจากที่ตนเดินทางกลับมาหนึ่งสัปดาห์ก็มีการปล่อยตัว แต่ที่สุดแล้วก็ต้องเป็นเรื่องของทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกันจะมีการพูดคุยเรื่อง การลงทุนจากไทยในฝรั่งเศส เมื่อคืนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฝรั่งเศส ช่วยสร้างงานให้กับคนฝรั่งเศส ซึ่งมีบริษัทไทยที่มาลงทุนอยู่แล้ว และมีแผนที่จะขยายการลงทุน สำหรับการพบกับเอกชนไทยหลายคนมีความเห็นตรงกันว่าหากเรามี FTA ไทย-อียู จะช่วยเรื่องการค้าการลงทุนระหว่างสองทาง ดังนั้นประเด็นสำคัญที่เราต้อองขอให้ฝรั่งเศสสนับสนุนคือให้การเจรจา ที่มีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังมีหลายส่วนที่ต้องพูดคุยกันต่อ ขอให้ฝรั่งเศสช่วยให้การเจรจาสามารถบรรลุข้อตกลง เพราะฝ่ายไทยอยากเห็นการบรรลุข้อตกลงภายในปี 2569
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยอยากเห็นการลงทุนจากฝรั่งเศสในประเทศไทยมากขึ้น ในสาขาที่ฝรั่งเศสมีความถนัด ซึ่งจะเพิ่มการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยจากการพบภาคเอกชนฝรั่งเศสระหว่างการเยือนพบว่ามีการตอบรับที่ดี

