หน้าแรก การเมือง ลงทะเบียน ไทย...

ลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส วันแรก 30 นาทีกดรับสิทธิ์ทะลุ 10 ล้านคน ปลัดคลัง ยันมีเพียงพอ

26.05.26 | 06:10 น.

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสวันแรกคึกคัก 30 นาทีแรกกดรับสิทธิ์ทะลุ10ล้านคน ปลัดคลังยันมีเพียงพอทุกคน 30 ล้านสิทธิ์

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่กระทรวงการคลัง รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส วันนี้เป็นวันแรก เปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ครอบคลุมกลุ่มประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือน มีผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการประมาณ 30,000,000 คน สำหรับรูปแบบการใช้สิทธิ รัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ภาครัฐจะสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน บรรยากาศการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในวันแรกเวลา 06.00 น. ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกมีผู้ขอลงทะเบียนสูงถึง 10,000,000 คน และทำสถิติสูงสุดที่ 700,000 รายต่อวินาทีในช่วงเวลา 06.15 น. โดยระบบไม่ล่ม ทั้งนี้ เวลา 12.00 น. มีสิทธิคงเหลือประมาณ 7.56 ล้านสิทธิ


นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัสว่า บรรยากาศการเปิดลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ในช่วง 30 นาทีแรกมียอดผู้ลงทะเบียนสูงถึง 10,000,000 คน ระบบธนาคารกรุงไทยสามารถรองรับได้ 300,000 ธุรกรรมต่อวินาที เพิ่มจากครั้งก่อน 100,000 วินาที และได้ขยายระบบ (Scale up) ขึ้นไปถึง 700,000 ธุรกรรมต่อวินาทีในช่วงมีผู้ใช้งานหนาแน่น ระบบก็สามารถรองรับและผ่านไปได้ด้วยดี ข้อมูลล่าสุดเวลา 14.00 น. มียอดผู้ลงทะเบียนแล้ว 23.2 ล้านคน คาดว่าโควต้า 30,000,000 ล้านสิทธิจะเพียงพอสำหรับทุกคน เนื่องจากเหตุผลที่ 1 ประชากรคนไทยอายุเกิน 18 ปี มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ ทั้งประเทศไทยมีประมาณ 53 ล้านคน เพราะฉะนั้น 2 โครงการนี้รวมกันได้แล้ว 43 ล้านคน เท่ากับว่ายังเหลือคนไม่ได้เข้าร่วมประมาณ 10 ล้านคน คนกลุ่มนี้ หากดูจากสถิติที่ผ่านมาจะเป็นกลุ่มไม่ได้เข้าร่วมโครงการของรัฐอยู่แล้วในแทบทุกโครงการ และ เหตุผลที่ 2 คือทางรัฐบาลเคยดำเนินการโครงการลักษณะปลายเปิดเช่น โครงการคนละครึ่งบางเวอร์ชัน เปิดให้ลงทะเบียนแบบไม่จำกัดจำนวน ผลปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 28 ล้านคน จากข้อมูลทั้ง 2 ส่วนนี้ ทำให้เรามั่นใจว่า กรอบ 30,000,000 คน น่าจะเพียงพอรองรับพี่น้องประชาชนได้ทั้งหมด

นายลวรณ กล่าวว่า สาเหตุต้องลงทะเบียน ไม่ใช่เพื่อให้ประชาชนมาแย่งสิทธิกัน แต่เป็นเพราะข้อกำหนดของโครงการผู้เข้าร่วมจะต้องกดยอมรับเงื่อนไข (Consent) โดยกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะถูกแยกการดำเนินการไปอีกส่วนต่างหาก สำหรับผู้ลงทะเบียนแล้วต้องรอผลตรวจสอบ 3 วัน หากคุณกดลงทะเบียนทัน สิทธิของคุณจะถูกนับรวมไว้ในโควต้า 30,000,000 ล้านสิทธิแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อน และหากผู้ลงทะเบียนไปแล้วตรวจสอบคุณสมบัติไม่ผ่าน สิทธิเหล่านั้นจึงจะถูกนำมาเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ สำหรับร้านค้าเดิมเคยอยู่ในโครงการรอบที่แล้วประมาณ 1,000,000 ร้านค้า จะต้องเข้ามากดยืนยันเข้าร่วมโครงการอีกครั้งก่อน ตอนนี้ยืนยันแล้ว 400,000 ร้านค้า และยังเหลืออีกกว่า 500,000 ร้านค้า ทั้งนี้ แอปพลิเคชันถุงเงินในครั้งนี้จะมีการฝังระบบเอไอ นกกระซิบ เพื่อช่วยร้านค้าหาข้อมูล ลดต้นทุน และทำบัญชีอย่างง่าย จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการใช้เป็นเครื่องมือสำหรับขอสินเชื่อจากธนาคารของรัฐ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า มาตรการของภาครัฐอย่างไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นมาตรการมุ่งเป้าลดค่าครองชีพของประชาชนเป็นหลัก เพราะเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจึงมุ่งเป้าลดค่าครองชีพของประชาชนลง ส่วนผลกระทบเชิงบวกหรือลบต่อการจ้างงาน หากมีการใช้จ่ายมากขึ้น ตัวผู้ประกอบการขนาดเล็ก อาจยังคงรักษาการจ้างงานไว้ได้ระดับหนึ่ง แม้ต้องประเมินอีกครั้ง แต่น่าจะมีส่วนช่วยได้บ้าง ส่วนตัวผู้ประกอบการ การยกระดับร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ใช้เอไอเพื่อประกอบธุรกิจมากขึ้น ในโครงการนี้นำระบบเอไอมาใช้เป็นตัวนกกระซิบ เป็นเรื่องดีเพราะผู้ประกอบการอยู่ในแอพพลิเคชั่นถุงเงินสามารถดูข้อมูลการค้าขายของตัวเองได้ จากปกติขายของอย่างเดียว ไม่ไรู้ว่าสินค้าไหนขายดี เวลาไหนขายดี หรือช่วงใดชะลอลง ทำให้ตัวเอไอนี้อาจเข้ามาช่วยสร้างรายได้และควบคุมต้นทุนร้านค้าดีขึ้น หลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมาพบว่าใช้เวลาเพียง 30 นาที แต่มีผู้ลงทะเบียนไปแล้วกว่า 20 ล้านคน โครงการนี้น่าจะช่วยลดผลกระทบในด้านภาระค่าครองชีพ บรรเทาลงได้พอสมควร เพราะตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 30 ล้านคน แต่ลงทะเบียนแล้ว 20 ล้านคน สุดท้ายน่าจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

Advertisement

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงไทยแจ้งว่า การลงทะเบียนครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นจำนวนมากกว่า 3 แสนรายการต่อวินาที บางคนอาจพบปัญหาระบบหน่วง ทางธนาคารได้เร่งขยายระบบเพื่อรองรับการเข้าใช้งานให้ได้กว่า 700,000 รายการต่อวินาที โดยมีคนลงทะเบียนสำเร็จแล้ว จำนวน 10,000,000 คน ภายในเวลา 23 นาทีแรก เปรียบเทียบกับการลงทะเบียนครั้งที่แล้ว ภายในเวลา 30 นาทีแรก ลงได้ 5 ล้านคน ดังนั้นรอบนี้ลงทะเบียนได้เร็ว และมากกว่าเดิม 1 เท่า สำหรับกรณีสแกนใบหน้าไม่ผ่าน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีประชาชนเปิดใช้งานแอปฯเป๋าตังเป็นครั้งแรก หรือเคยลบแอปฯออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC สามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ

ข่าวแจ้งว่า ข้อมูลการลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส เวลา 08.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีประชาชนลงทะเบียน 18,613,965 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 14,627,838 คน ขณะที่อีก 3,767,538 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จ 218,589 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 218,399 คน และอีก 190 คน เป็นกรณีอื่น ๆ เช่น เคยทำผิดเงื่อนไขคนละครึ่ง เป็นต้น ขณะเดียวกันร้านค้า มีร้านค้ารายเดิมผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการแล้ว 977,296 ราย จะต้องเข้าไปยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อเข้าร่วมโครงการในขั้นตอนต่อไป

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ว่า ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.00 น. มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนแล้วจำนวน 22,631,987 คน ในจำนวนนี้ ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 17,374,758 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ 4,921,910 คน และลงทะเบียนไม่สำเร็จ 335,319 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 335,153 คน ขณะที่อีก 166 คน เป็นกรณีอื่น ๆ เช่น เคยทำผิดเงื่อนไขโครงการ คนละครึ่ง เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีสิทธิสำหรับประชาชนคงเหลืออีก 7,368,013 สิทธิ ณ เวลา 12.00 น. ในส่วนของร้านค้าพบว่า ร้านค้ารายเดิมผ่านเกณฑ์ 977,296 ราย แบ่งเป็นอยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข (T&C) 584,997 ราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งาน 392,299 ราย สำหรับร้านค้าใหม่ มี 9,013 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 7,059 ราย และผ่านการตรวจสอบแล้ว 1,954 ราย ในจำนวนนี้ อยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข 274 ราย ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 1,680 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการ 393,979 ราย